(เพิ่มเติม) "ซีพีแลนด์" เตรียมขายกองทุนอสังหาฯ CPTGF พ.ย.นี้ มูลค่าเกือบหมื่นลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday October 7, 2013 13:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสมเกียรติ เรือนทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซีพีแลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์โกรท (CPTGF) ในเดือน พ.ย.นี้ โดยจะลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารสำนักงาน-ศูนย์การค้า ระยะเวลา 30 ปี ใน 3 ทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ทั้งอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน ทาวน์) และอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) รวมมูลค่าโครงการเฉียด 1 หมื่นล้านบาท เสนอขายในราคาไม่เกิน 11 บาท/หน่วย มี บลจ.กรุงไทย เป็นผู้จัดการกองทุน

กองทุนรวม CPTGF เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าที่ผสมผสานระหว่างอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า ใน 3 โครงการ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างฐานลูกค้าซึ่งกันและกันแล้ว ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ขนาดของกองทุน ราว 1 หมื่นล้านบาทนับเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ผสมที่ลงทุนในอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นางชวินดา หาญรัตนกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนส่วนบุคคล บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า กองทุนรวม CPTGF จะเข้าลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดินและอาคารประเภทสำนักงานและศูนย์การค้าเป็นระยะเวลา 30 ปี ใน 3 ทำเล โดยมีพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด 131,915 ตารางเมตรในย่านศูนย์การค้าสำคัญ ได้แก่ สีลม รัชดาภิเษก-พระราม 9 และพญาไท มีการคมนาคมที่สะดวกและอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า (BTS) สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) และสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสความสามารถในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและเติบโตได้ในอนาคต และจะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลในอัตราที่น่าพอใจ

“สำหรับจุดเด่นของกองทุนอยู่ที่ผู้เช่าอาคารสำนักงานเป็นฐานลูกค้าที่ใช้บริการของศูนย์การค้า จึงทำให้ผู้เช่าพื้นที่ของศูนย์การค้ามีรายได้อย่างสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันพื้นที่ศูนย์การค้าที่มีผู้ให้บริการทางด้านอาหาร ธนาคารและร้านค้าต่างๆ ทำให้ผู้เช่าอาคารสำนักงานมีความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเช่าพื้นที่ของผู้เช่าอาคารสำนักงาน โดยรายได้ค่าเช่า จากอาคารสำนักงานและรายได้ค่าเช่าจากศูนย์การค้าที่สนับสนุนกันและกัน ทำให้เชื่อมั่นถึงโอกาสและการเติบโตของรายได้ของกองทุน" นางชวินดากล่าว

ด้านนายวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย(KTB) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ทรัพย์สินมีผลการดำเนินงานในอดีตที่โดดเด่น โดยอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) เป็นอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ในเขตใจกลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ด้วยอัตราการเช่าเต็มร้อยละ 100 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีความสามารถในการขึ้นค่าเช่าพื้นที่ส่วนสำนักงานในอัตราร้อยละ 10 สำหรับรอบสัญญาทุกๆ 3 ปี

ขณะที่อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน ทาวน์) มีจุดเด่นด้านการเป็นศูนย์รวมสินค้าไลฟ์สไตล์ไอทีและมีอาคารสำนักงานอยู่ด้านบน อาคารตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นถนนสายเศรษฐกิจ-การเงินเส้นใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีอัตราการเช่าทั้งส่วนสำนักงานและศูนย์การค้าในอดีตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 97 และอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) ที่เป็นอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ในเขตพญาไทใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ อาคารมี skywalk เชื่อมสู่รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงค์โดยตรง

สำหรับผลการดำเนินงานของอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) นั้นดีขึ้นเป็นลำดับนับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 52 โดยในปัจจุบันมีอัตราการเช่าร้อยละ 100 สำหรับพื้นที่ทั้งส่วนอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า

ขณะที่ นายวิรัช มรกตกาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทยแอดไวซ์เซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หากพิจารณาจากสินทรัพย์ในกองทุนรวมที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ สิทธิการเช่าในที่ดินและอาคารประเภทสำนักงานและศูนย์การค้าของอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูน ทาวน์) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 56 ที่เหลืออีกร้อยละ 34 ลงทุนในสิทธิการเช่าในที่ดินและอาคารประเภทสำนักงานและศูนย์การค้าของอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม) และลงทุนในสิทธิการเช่าในที่ดินและอาคารประเภทสำนักงานและศูนย์การค้าของอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 3 (พญาไท) อีกร้อยละ 10

ด้านนายสิทธิไชย มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย(CIMBT) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีนักลงทุนสถาบันหลายแห่งแสดงความสนใจการลงทุนใน CPTGF เนื่องจากเชื่อมั่นในความสามารถในการบริหารอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าของ ซี.พี.แลนด์ ประกอบกับจุดเด่นของโครงสร้างกองทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในหลายทำเลที่ตั้ง รวมทั้งขนาดของกองทุนที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ น่าจะสนับสนุนสภาพคล่องในตลาดรองได้เป็นอย่างดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ