(เพิ่มเติม) SCC รับยอดขายปีนี้พลาดเป้า 4.37 แสนลบ.จากดีมานด์ปูนต่ำ-บาทผันผวน

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday October 30, 2013 16:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) กล่าวยอมรับว่า ในปีนี้ยอดขายของบริษัทจะไม่ถึง 4.37 แสนล้านบาทที่ตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3/56 ยอดขายปูนซิเมนต์ลดลงมาเหลือเติบโต 5% และในช่วง 3 สัปดาห์แรกของไตรมาส 4/56 มียอดขาย ติดลบ 3% เทียบกับไตรมาส 1/56 ที่ยอดขายปูนฯเพิ่มขึ้น 10% และ โต 9% ในไตรมาส 2/56

ทำให้คาดว่าทั้งปี 56 ความต้องการปูนซิเมนต์ในประเทศจะเติบโตเพียง 5.1-5.2% ต่ำกว่าเดิมที่คาดว่าจะเติบโตราว 7% เนื่องจากได้รับผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ก็คาดหวังว่าในเดือนพ.ย.-ธ.ค.ยอดขายปูนฯจะฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าใน Q4/56 ยอดขายปูนฯจะไม่เติบโต(Flat) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คาดว่าในไตรมาส 1/57 จะกลับมาดี

นายกานต์ กล่าวว่า ในปี 57 คาดว่า ความต้องการปูนซิเมนต์ในประเทศ จะเติบโต 4-5% ยังไม่รวมความต้องการใข้จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท โดยโครงการรถไฟฟ้าเป็นโครงการที่ใช้งบในสัดส่วน 24% ของงบรวมซึ่งยังมีการดำเนินการต่อเนื่องในขณะนี้

นอกจากนี้ ยอดขายในอาเซียนได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแม้ว่าจะเติบโต 30% แต่จากเงินรูเปียะห์อ่อนค่า และเงินด่องก็อ่อนค่า ขณะที่เงินบาทแข็งค่าทำให้ยอดขายหายไปประมาณ 10% แต่กำไรก็ยังทำได้ดีอยู่

"ยอดขายในไตรมาส 3 อ่อนตัวลง โดยวัสดุก่อสร้าง ปูนซิเมนต์กระทบจากน้ำท่วม ...ยอดขายก็คาดว่าไม่ถึง 4.35 แสนล้านบาท แต่เกิน 4.30 แสนล้านบาท คือเมื่อต้นปี เราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4.35 แสนล้านบาท และกลางปีปรับมาเป็น 4.37 แสนล้านบาท ซึ่งปลายไตรมาส 3/56 ผมก็ส่งสัญญาณแล้วว่าคงไม่ได้ตามเป้า ...แต่ไม่ค่อยกังวลมากเพราะว่ากำไรยังดีอยู่" นายกานต์ กล่าว

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 56 SCC มีรายได้จากการขาย 3.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 71%

ปัจจุบัน SCC มีกำลังการผลิตปูนซิเมนต์เป็นอันดับ 1 โดยมีกำลังการผลิตในประเทศ 23 ล้านตัน และในกัมพูชา 1 ล้านตัน และในอีก 3 ปี SCC จะมีกำลังการผลิตปูนซิเมนต์ใหม่จากโรงงานผลิตในเมียนมาร์ จำนวน 1.8 ล้านตัน ในอินโดนีเซีย 1.8 ล้านตัน และในกัมพูชาอีก 9 แสนตัน รวมกำลังการผลิต 28.5 ล้านตัน

สำหรับในไตรมาส 4/56 บริษัทจะปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรเคมี 45 วัน แต่ต้องรอดูว่าหยุดผลิตจริงกี่วัน ถ้าน้อยกว่าแผนก็จะช่วยได้บ้าง ขณะที่สถานการณ์ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีก็ถือว่าสูงแล้ว ประมาณเฉลี่ย 600 เหรียญ/ตัน และคาดว่าในปี 57 จะมีซัพพลายใหม่เข้ามาตลาดอีกประมาณ 3% ดูภาพรวมแล้วก็อุตสาหกรรมปิโตรเคมีค่อนข้างดีต่อเนื่องจากปีนี้ที่แข็งแกร่งขึ้นมาก หลังจากที่ปลายปีที่แล้วถึงจุดต่ำสุด อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า โครงการร่วมทุนกับมิตซุย ในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 55-56) ผลประกอบการยังไม่ค่อยดีนัก

ส่วนธุรกิจกระดาษ มองว่าสถานการณ์ตลาดยังไม่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3/56 ที่มีการดัมพ์ตลาดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระดาษขาว ประกอบกับมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และราคาในตลาดโลกต่ำ ทั้งนี้ คาดว่ากำไรในธุรกิจกระดาษก็ยังเติบโตดี จากการเข้าซื้อกิจการบรรจุภัณฑ์ ขณะที่บริษัทหันมาผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์มากขึ้น โดยธุรกิจกระดาษมีสัดส่วนกำไรประมาณ 10-12% ของกำไรทั้งหมดและเชื่อว่าธุรกิจกระดาษจะไม่ฉุดกำไรของบริษัท

ขณะเดียวกัน บริษัทได้มองหาซื้อกิจการต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้ได้เข้าเจรจา 4-5 ราย ทั้งในอินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยในอินโดนีเซียได้มีการเจรจาซื้อกิจการ เซรามิค วัสดุก่อสร้าง และโรงงานผลิตกระดาษน้ำตาล ส่วนในเวียดนามเจรจาธุรกิจวัสดุก่อสร้างและเซรามิค ทั้งนี้ SCC ยังคงงบลงทุนในช่วง 5 ปี (ปี 57-61) จำนวน 2-2.5 แสนล้านบาท หรือ 4-5 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งรวมงบการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ไว้บางส่วน ทั้งนี้บริษัทยังคงเน้นการลงทุนในไทยและอาเซียน แม้หลายคนกังวลการเติบโตเศรษฐกิจไทยและอาเซียน แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยและอาเซียนจะเติบโตแข็งแรง จึงเดินหน้าการลงทุนในอาเซียนทั้งใน เมียนมาร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม อย่างเต็มที่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ