ปัจจุบัน Apple Wealth ได้จดทะเบียนเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ หมายเลข 15 และได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และอนุพันธ์ ได้แก่ การเป็นนายหน้าตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
"บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งมีผลต่อภาวะตลาดทุนและการลงทุน รวมทั้งภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมและปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับให้ได้กับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในด้านวิสัยทัศน์ องค์ความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยี ให้ก้าวล้ำ เพื่อเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งตลาด โดยคาดว่าในปีแรกนี้จะสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า บริษัทมีจุดเด่นอยู่ที่ทีมงานที่มีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะด้านธุรกิจหลักทรัพย์แ ภายใต้เจตนารมณ์ที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าทุกระดับ บนพื้นฐานการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อย่างผู้มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายย่อย ตลอดจนลูกค้าต่างประเทศ เพื่อให้ได้รับการบริการที่เหนือความคาดหมาย ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า และนำไปสู่ความมั่นคงในระยะยาว
“Apple Wealth แม้จะเป็นโบรกเกอร์รายใหม่ แต่โดยส่วนตัวผมทำงานและคร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจหลักทรัพย์มามากกว่า 25 ปี ช่วยการันตีผลงานและความพึงพอใจของลูกค้า เห็นได้จากตั้งแต่เปิดให้ลูกค้าเข้าซื้อขายเป็นวันแรกจนถึงวันนี้ได้การตอบรับจากนักลงทุนดีขึ้นอย่างโดดเด่น โดยใช้ระยะเวลาไม่นานนัก และการลงสนามครั้งนี้เราพร้อมทุกอย่าง มีไลเซ่นส์ครบ จึงมั่นใจว่าจะไม่เป็นสองรองใคร และไม่กลัวที่จะลงแข่งขัน"
ในอนาคตอันใกล้บริษัทวางแผนขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น โดยเน้นความสามารถในการวิเคราะห์เจาะลึก เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า มีการสร้างสรรค์รูปแบบการให้บริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักลงทุนที่เป็นคนรุ่นใหม่ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่นำสมัย การวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบวงจร เพื่อให้เข้าถึงการบริการที่รวดเร็ว ฉับไว ในรูปแบบของ One Stop Service และมีการให้คำแนะนำด้านการลงทุนแบบ 360 องศา
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ในเร็ว ๆ นี้บริษัทฯมีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 300 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)ปลายปี 58 ด้วยเกณฑ์บริษัทโฮลดิ้งส์ รวมทั้งเตรียมบุคลากรไว้กว่า 300 คนเพื่อที่จะรองรับเป้าหมายการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นมากกว่า 3 พันบัญชี แบ่งสัดส่วนเป็นนักลงทุนสถาบัน 20% และนักลงทุนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอีก 80% และตั้งเป้าที่จะมีส่วนแบ่งตลาดในปีนี้ประมาณ 2-3% เพื่อที่จะติดอันดับ 1 ใน 10
ส่วนงานด้านวาณิชธนกิจ เบื้องต้นบริษัทได้รับงานที่ปรึกษาทางการเงินในการทำ M&A ให้บริษัท Tune insurance เข้ามาถือหุ้นสัดส่วน 49% ในบริษัท โอสถสภาประกันภัย จำกัด เพื่อเตรียมที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 58 และยังมีงานเป็นแกนนำจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น และผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นให้กับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 3 บริษัทในปีนี้ และบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจางานที่ปรึกษาทางการเงินในการทำ M&A อีก 1 แห่ง ซึ่งเป็นธุรกิจพลังงานในพม่า