กองทุนดังกล่าว มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน , สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 24% เงินฝากธนาคาร China Construction Bank (สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , สาขาฮ่องกง )สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Agricultural Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน สัดส่วนการลงทุน 24% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Bank of East Asia สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , ฮ่องกง )สัดส่วนการลงทุน 16% และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China Asia Ltd. (สาธารณรัฐประชาชาชนจีน , ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 16%
ทั้งนี้ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.25% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป
สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้โลกนั้น ถึงแม้ว่าเฟดประกาศลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นไปตามที่คาด แต่การที่คณะกรรมการเฟดปรับคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยกเลิกการใช้เป้าหมายอัตราการว่างงานที่ร้อยละ 6.5 เป็นจุดกำหนดในการดำเนินนโยบายได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาด นอกจากนี้ นางเยลเลน ประธานเฟด ยังได้ให้ความเห็นว่า การลดปริมาณการซื้อพันธบัตรอาจจะสิ้นสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ธันวาคม) และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจมีขึ้นราว 6 เดือนถัดไป ซึ่งเป็นการปรับขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐฯได้ปรับขึ้นร้อยละ 0.08 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2554 ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 เดือน ยอดอนุญาตก่อสร้างฟื้นตัว และจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาด เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวหลังผ่านพ้นช่วงที่อากาศหนาวเย็นกว่าปกติ นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ เรตติ้งส์ ได้ยกเลิกการให้มุมมองเครดิตของสหรัฐฯเป็น “เชิงลบ" และคงอันดับเครดิตของสหรัฐฯไว้ที่ระดับสูงสุดที่ AAA เนื่องจากสหรัฐฯสามารถแก้ไขปัญหาเพดานหนี้ได้ทันกำหนด
ด้านภาวะตลาดตราสารหนี้ในประเทศ ทาง ธปท.ได้มีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลงสู่ร้อยละ 2.7 จากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 2.9 เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อ ในส่วนของตารางพันธบัตรในไตรมาส 2/57 ระบุว่าจะมีพันธบัตรออกจำหน่าย 9.4 หมื่นล้านบาท และมีการไถ่ถอนคืน 1.47 แสนล้านบาท ส่วนเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐฯ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้นร้อยละ 0.03 – 0.12 และเส้นอัตราผลตอบแทนมีความชันมากขึ้น