โบรกแนะ "ซื้อ" HEMRAJ กำไรโตดี ธุรกิจหลากหลายชดเชยขายที่ดินชะลอ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday April 2, 2014 15:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.เหมราชพัฒนาที่ดิน(HEMRAJ) สะท้อนปัจจัยลบการเมืองแล้ว ปีนี้กำไรยังโตดีเพราะรับกำไรธุรกิจไฟฟ้า Gheco-one และ SPP1 ที่จะเข้ามาเต็มปี สามารถชดเชยรายได้จากการขายที่ดินที่ชะลอตัวได้ และรายได้บริการยังเติบโตดี ข้อดีคือรายได้ให้มีความหลากหลายโดยเฉพาะธุรกิจที่ให้รายได้สม่ำเสมอ

          โบรกฯ                    คำแนะนำ                    ราคาเป้าหมาย(บาท)
          บล.ทิสโก้                    ซื้อ                              5.00 (SOTP)
          บล.ฟินันเซีย ไซรัส             ซื้อ                              4.00
          บล.ดีบีเอสฯ                  ซื้อ                              3.80
          บล.เอเซียพลัส                ซื้อ                              3.68
          บล.เคเคเทรด                ซื้อ                              3.70

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ แนะ"ซื้อ"ให้ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท อิงวิธี SOTP น่าจะเห็นกำไรเริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ถ้าการเมืองคลี่คลายเนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ แต่ถ้าไม่รวมกำไรจากการขายพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ กำไรปกติขยายตัว 21% ปีนี้กำไรปกติยังโตต่อเนื่องเพราะปีนี้รายได้ค่อนข้างที่จะมั่นคงเนื่องจากทำยอดพรีเซลไว้ปีที่แล้วจำนวนมาก ตอนนี้มียอดรอการโอนที่ดินมูลค่า 2.9 พันล้านบาท โดย 80% จะรับรู้รายได้ในปีนี้ ส่วนอีก 20% รับรู้รายได้ปีหน้า

"ในแง่ยอดขายที่ดินปีนี้คงไม่สูงเท่าปีก่อน แต่เนื่องจากมีแบล็กล็อกอยู่แล้ว แต่ถ้าปีนี้ทำยอดขายพรีเซลได้ไม่มากก็จะมีปัญหาต่อการรับรู้รายได้ปีหน้า"นายอภิชาติ กล่าว

น.ส.วรรัตน์ เผ่าภคะ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะ"ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 4 บาท อิง PE 12 เท่า เพราะนอกจากจะมีธุรกิจที่ดิน ยังมีธุรกิจโรงไฟฟ้า Gheco-one ช่วยสนับสนุนกำไรอีกส่วนหนึ่ง

นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส แนะ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 3.68 บาท เป็นบริษัทที่มีการกระจายโครงสร้างรายได้ที่ดีมีทั้งจากการขายที่ดิน โรงงาน คลังสินค้าให้เช่า และลงทุนโรงไฟฟ้าจึงมีแหล่งรายได้หลายแหล่ง

ส่วนการเมืองถ้าลากยาวบริษัทก็ยังคงเป้ายอดขายที่ดินประมาณ 1,600 ไร่ ยังไม่ได้มีการปรับคิดว่าน่าจะทำได้อยู่แม้ช่วงต้นปียอดขายไม่ดีเท่าไร แต่ถ้าการเมืองยืดเยื้อจริงๆ ก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ถึงเป้า

ปีนี้ที่โตไม่ใช่มาจากการขายที่ดินแต่มาจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่จะเข้ามาเต็มปีทั้งโรงไฟฟ้า Gheco-one และ SPP1 ที่จะเข้ามาเต็มปี ซึ่งจะสามารถชดเชยรายได้จากการขายที่ดินที่คิดว่าน่าจะชะลอตัวลงในปีนี้ เนื่องจากยอดขายจะลดลงจากปีก่อน มองกำไรปกติปีนี้ที่ 3,000 ล้านบาท เติบโต 4% จากปีก่อน แต่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนเพราะจะมีส่วนที่เข้ามาเพิ่มคือ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นรายได้หลัก แต่รายได้รวมจะปรับตัวลงตามรายได้จากการขายที่ดิน

"จากนี้ไปกำไรจะโตขึ้นทุกปีแต่จะค่อยๆ โตขึ้นมากกว่าเพราะต่อไปนี้จะกระจายการลงทุนไปยัง Recurring Income โรงงานให้เช่า สาธารณูปโภค และโรงไฟฟ้ามากขึ้นและจะลดบทบาทขายที่ดินลง"

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะ "ซื้อ"ราคาพื้นฐาน 3.80 บาท จากความยืดเยื้อปัจจัยการเมืองไทย บริษัทจึงวางเป้าขายนิคมปีนี้เพียง 1,600 ไร่ ลดลง 27% จากปี 56 ที่ 2,200 ไร่ และคาดว่ารายได้หลักรวมอยู่ในเกณฑ์เพียงทรงตัวเทียบกับปี 56 จึงได้สะท้อนให้ยอดขายนิคมปีนี้และปีหน้าลดเป็น 1,600 ไร่ และ 2,000 ไร่ เทียบกับเดิมที่ 2,150 ไร่และ 2,258 ไร่ ตามลำดับ รวมทั้งได้ปรับให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 48.1% สอดคล้องกับปี 56 ผลคือลดกำไรหลักปีนี้และปีหน้าลงในอัตรา 4% และ 9% ตามลำดับ แต่หากเทียบ y-o-y ยังโตดีเป็น 57% และ 2% ตามลำดับ เพราะรับกำไรธุรกิจไฟฟ้าเต็มที่ และรายได้บริการยังเติบโตดี

คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลในเกณฑ์ดีที่ 5.5% ข้อดีของบริษัทคือ พยายามกระจายความเสี่ยงแหล่งที่มารายได้ให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้รายได้สม่ำเสมอ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ