กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร China Construction Bank (สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาขามาเก๊า) สัดส่วนการลงทุน 20% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China (Asia) (สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 10% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Bank of East Asia (สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 10% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Agricultural Bank of China (สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 10%
ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารธนชาต สัดส่วนการลงทุน 10% ตราสารหนี้ระยะสั้นออกโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา สัดส่วนการลงทุน 10% และตั๋วแลกเงินออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด สัดส่วนการลงทุน 10%
ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 2.90% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป
"ภาวะตลาดตราสารหนี้โลกนั้น อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐฯ ระยะกลางลดลงร้อยละ 0.04 ขณะที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาวทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย ทางด้านยุโรป ธนาคารกลางประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 0.25 ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อลงสู่ร้อยละ 0.8 จากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 1.0 และปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจลงสู่ร้อยละ 1.7 จากร้อยละ 1.8 สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยลดลงร้อยละ 0.03 – 0.12 โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ"นายฉัตรพี กล่าว