บลจ.กสิกรฯ เปิดขายกองหุ้นญี่ปุ่น K-JAPAN อีกรอบ 14-15 ก.ค.หลังครั้งแรกทุบสถิติ

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 9, 2014 14:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย กำหนดเสนอขายกองทุนเปิด เจแปน หุ้นทุน(K-JAPAN) อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษส่วนลดค่าธรรมเนียมการขายจาก 1.5% เหลือเพียง 1% สำหรับลูกค้าที่ซื้อหน่วยลงทุนในวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2557 นี้ หลังจากการเปิดขาย
ครั้งแรก 2-8 กรกฎาคม ทำลายสถิติเป็นกองทุนหุ้นประเทศญี่ปุ่นอันดับ 1 ที่มียอดการเสนอขายครั้งแรกสูงสุด ด้วยมูลค่าขายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท และยังเป็นกองทุนหุ้นประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

ผู้ลงทุนให้ความสนใจเพราะเชื่อมั่นกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน น่าจะเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายธนู 3 ดอกของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ได้ประกาศออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด และกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการทยอยประกาศมาตรการต่างๆ ออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มาตรการด้านการเงิน และการคลัง

จนล่าสุดสภาพัฒนาการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม และสภาด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่น ได้มีการเปิดเผยมาตรการธนูดอกที่ 3 ออกมาอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วย การสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นมีบรรษัทภิบาลเพิ่มขึ้น การปฏิรูปสินทรัพย์ที่จะลงทุนได้ของกองทุนบำนาญญี่ปุ่น(GPIF)ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดมากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ผ่านมาเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีสัดส่วนในหุ้นไม่เกิน 12%

สำหรับแผนการปฏิรูปนี้จะมีการอนุญาตให้ GPIF สามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้มากขึ้น แม้จะยังไม่มีการกำหนดเพดานสูงสุดที่สามารถลงทุนในหุ้นได้ออกมาชัดเจน แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่า GPIF จะมีการเริ่มซื้อหุ้นมากขึ้น เพราะในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ GPIF ได้มีการขายพันธบัตรญี่ปุ่นออกมาแล้วถึงกว่า 1.85 ล้านล้านเยน (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1% ของขนาดกองทุน GPIF) ซึ่งการเข้าถือหุ้นเพิ่มขึ้นของ GPIF ก็จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว

นอกจากนั้น ยังได้ประกาศการปฏิรูปโครงสร้างภาษีนิติบุคคล โดยมีการระบุชัดเจนว่าจะปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงมาให้อยู่ต่ำกว่า 30% โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งในระยะยาวผลของการปรับลดภาษีนิติบุคคล จะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ