(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งขึ้นช้าๆ เก็งโผ ครม.-รับผลดีงานไทยแลนด์โฟกัส

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 25, 2014 09:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งตัวขึ้นได้อย่างช้าๆ จากการเก็งโผคณะรัฐมนตรี(ครม.)หลังจากนายกรัฐมนตรีคนใหม่รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งในช่วงเช้าวันนี้ และจะมีงาน Thailand Focus ที่คาดว่าจะมีนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมรับฟังข้อมูล

ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้มีการเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบคละกัน โดยขณะนี้เริ่มที่จะกลับมาจับตาสถานการณ์ในยูเครนอีกครั้ง หลังจากที่รัสเซียได้ส่งรถบรรทุกเข้าไปในยูเครน ซึ่งทางสหรัฐฯก็ขู่จะคว่ำบาตรอีก นอกจากนี้สหรัฐฯก็จะส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยในซีเรียด้วย

พร้อมให้แนวรับ 1,545-1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน :

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(22 ส.ค.)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,001.22 จุด ลดลง 38.27 จุด(-0.22%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 1,988.40 จุด ลดลง 3.97 จุด(-0.20%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 4,538.55 จุด เพิ่มขึ้น 6.45 จุด(+0.14%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้านี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 70.24 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.29 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 62.27 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 13.14 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 7.54 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 6.41 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.93 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(22 ส.ค.)1,556.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.56 จุด (+0.36%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 697.82 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 ส.ค.57
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(22 ส.ค.)ที่ 93.65 ดอลลาร์/บาร์เรล
ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(22 ส.ค.)ที่ 5.12 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.99/32.01 อ่อนค่าตามภูมิภาคหลังดอลลาร์แข็ง
  • คลังเตรียมแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจชงรัฐบาลใหม่ เล็งเรียกเงินคืนจาก 20 กองทุน 1.2 หมื่นล้านเข้าคงคลัง
  • "ทีโอที"แตกสายธุรกิจใหม่ 6 สาย ปรับแผนงาน เข้ากับยุทธศาสตร์ คสช. เน้นธุรกิจทำกำไร มุ่งโครงสร้างพื้นฐานโทรคม เสาโทรคม อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ 3จี บรอดแบนด์ และไอดีซี หวังหนีขาดทุน 8,900 ล้านบาท
  • นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เปิดเผยว่า สมาคมได้สรุปข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานโดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพื่อนำไปเป็นแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบให้กับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แล้ว
  • อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับนายมาซายะสุ โฮซูมิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) คนใหม่ ชี้แจงให้นักลงทุนญี่ปุ่นทราบถึงการปรับขั้นตอนการออกใบอนุญาตกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ที่มีการปรับปรุงกระบวนการอนุญาตและกำหนดการออกใบอนุญาตไม่เกิน 1 เดือน นับแต่วันที่ยื่นเอกสารครบทั้งหมด
  • ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) ประเมินภาคการท่องเที่ยวไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังไต่ระดับฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ แนะกระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังซื้อสูงให้เข้ามาใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อเร่งการฟื้นตัวหลังชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่การยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าจีนช่วยหนุนเม็ดเงินสะพัดอีกกว่า 1.2 พันล้านบาท
  • ส.อ.ท.หวังรัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นแรงซื้อคนไทยหลังที่ผ่านมายังคงไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรจะเป็นเหตุหนี้ครัวเรือนพุ่งหนัก แนะเร่งดูแลราคาสินค้าภาคเกษตร สร้างเชื่อมั่น ปราบคอร์รัปชัน แอบลุ้นตรึงค่าไฟงวดใหม่ หวังดัน GDP ปีนี้โต 2% เหตุพึ่งส่งออกเริ่มลำบาก

*หุ้นเด่นวันนี้

  • XO(บมจ.เอ็กโซติคฟู้ด)เริ่มซื้อขายวันนี้ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2014 ที่ 3.20 บาท และราคาเป้าหมายปี 2015 ที่ 3.70 บาท โดยคาดกำไรปี 2014 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 85 ล้านบาท โตกว่า 9 เท่าจากปีก่อน และคาดกำไรปี 2015-16 โตเฉลี่ย 16% จากการขยายกำลังการผลิตในโรงงานแห่งใหม่ซึ่งจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ใน 4Q15

ทั้งนี้ XO เป็นผู้ผลิตเครื่องปรุงรส (ซอส, น้ำจิ้มไก่) เครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มจากผักและผลไม้ และอาหารสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ได้แก่ EXOTIC FOOD, THAI PRIDE, FLYING GOOSE, COCO LOTO โดยเป็นการส่งออก 99% ตลาดหลักคือยุโรป 76% ของรายได้รวม รองมาคือสหรัฐฯ 6% จุดแข็งของ XO คือความหลากหลายของสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกเช่น Metro, Makro และ Tesco เป็นต้น

  • PTT(ทรีนีตี้)"ซื้อ"เป้า 369 บาท ลงทุนธุรกิจปั๊มน้ำมันอาเซียน-สมาคาค้าก๊าซ LPG เล็งขึ้นราคาภาคขนส่ง คาดไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน
  • SAMART(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 36 บาท ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 58 ขึ้น 11% ตามการปรับกำไรบริษัทลูกทั้ง SIM +12% และ SAMTEL +17% รับอานิสงส์การฟื้นตัวเศรษฐกิจผลักดันยอดขายมือถือ และเสถียรภาพการเมืองส่งผลดีงานประมูลภาคธุรกิจสื่อสารกลับเข้าสู่ปกติ ปรับเพิ่มรายได้ของธุรกิจ Non-listed ผลจากการทบทวนประมาณการส่งผลให้กำไรสุทธิขยายตัวโดดเด่น +23.9% yoy ในปี 57 เป็น 1,820 ล้านบาท และ +24.0% yoy เป็น 2,256 ล้านบาท ในปี 58 มี Upside Risk นำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในปี 58 ได้แก่ Samart U-Trans บริษัทย่อยของ SAMART และ BUG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SIM ซึ่งจะส่งผลต่อ SAMART โดยตรง เนื่องจากเป็น การปลดล็อกมูลค่า Asset ให้สะท้อนราคาตลาดมากขึ้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ