(เพิ่มเติม) SCC ตั้งเป้าปี 57 รายได้ธุรกิจกระดาษโต 5-10% หลัง H1/57 โต 8% เล็งขยายตปท.เพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday October 1, 2014 16:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจีเปเปอร์ ในกลุ่ม บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) คาดว่ารายได้จากธุรกิจกระดาษในปี 57 จะเติบโตราว 10% อยู่ในกรอบที่ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 5-10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 6 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกรายได้เติบโตแล้ว 8% และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะรักษาระดับ EBITDA Margin ได้ใกล้เคียงในช่วงครึ่งแรกปีนี้ที่ 15-16%

สำหรับรายได้จากธุรกิจกระดาษในไตรมาส 3/57 ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว แต่คาดว่าในไตรมาส 4/57 จะกระเตื้องขึ้นจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และเป็นช่วงที่มีเทศกาลต่างๆ

"ไตรมาส 3 น่าจะไม่ต่างจากปีที่แล้ว ไตรมาส 4 น่าจะดีขึ้น เพราะไตรมาส 4 ปีที่แล้วชะลอตัว รวมทั้งปีไม่หวือหวา รอลุ้นไตรมาส 4 ถ้ามีการจับจ่ายใช้สอยก็อาจเป็นไปได้โต 10%"นายรุ่งโรจน์ กล่าว

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจกระดาษของเอสซีจีเปเปอร์ขึ้นอยู่กับการส่งออก โดยตลาดอาเซียนยังไปได้ดี ขณะที่ตลาดสหรัฐพอใช้ได้ ส่วนตลาดยุโรปยังชะลอ ขณะเดียวกันความต้องการกระดาษลดลงจากความนิยมสื่ออิเลกทรอนิกส์ ดังนั้น บริษัทจะพัฒนาเป็นสินค้ามีที่มูลค่ามากขึ้นได้แก่เยื่อกระดาษที่ใข้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และขณะนี้อยูระหว่างการวิจัยเยื่อกระดาษที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร Food. Packaging, ยาสูบ โดยบริษัทตั้งงบลงทุนวิจัยและพัฒนา(R&D)จำนวน 300 ล้านบาทในปีนี้

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ประมาณ 65-70% ส่วนอีก 30-35% มาจากธุรกิจเยื่อและกระดาษ และกระดาษขาวที่มีแนวโน้มราคาขายลดลง โดยตั้งแต่ต้นปีราคาปรับตัวลงมา 10-15% แล้ว เพราะในตลาดโลกมีซัพพลายเพิ่มขึ้นจากอเมริกาใต้ ขณะที่ราคาวัตถุดิบเยื่อกระดาษปรับตัวสูงขึ้นโดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 10% แต่คาดว่าจะไม่ปรับขึ้นมากไปกว่านี้แล้ว

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนการขยายการลงทุนในกิจการกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย จากปัจจุบันที่มีการลงทุน 4 แห่งในเวียดนาม 1 แห่ง อินโดนีเซีย 2 แห่ง และฟิลิปปินส์อีก 1 แห่ง

อนึ่ง ในวันนี้เอสซีจีเปเปอร์ ได้ชักชวนให้เกษตรกรปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยโปรแกรมส่งเสริมการปลูก"ลงทุนน้อย ปลูกง่าย ขายได้ทั้งปี" จากปัจจุบันที่มีเกษตรกรเครือข่ายอยู่ถึง 100,000ราย โดยมีการพัฒนาสายพันธ์ใหม่ๆที่ทนโรค ซึ่งภาพรวมตลาดไม้ยูคาลิปตัสปีนี้มีมูลค่าประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ใช้ในประเทศ 60% และส่งออก 40% มีอัตราเติบโตปีละประมาณ 5% และตลาดยังมีความต้องการไม้สูงกว่าปริมาณที่ผลิตได้อีก 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน เอสซีจีเปเปอร์ ซื้อไม้ยูคาลิปตัสประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี ใช้เพื่อการผลิตในประเทศ 2.3 ล้านตัน/ปี และส่งออก 4 แสนตันต่อปี ขณะที่มีแนวโน้มการใช้สูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทได้ลงทุนและขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่เพิ่มมูลค่าไม้ยูคาลิปตัส ได้แก่ ธุรกิจผลิตกระบะไม้ และ ธุรกิจเชื้อเพลิงไม้อัดเม็ด เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ