DEMCO บุก AEC รับสัมปทานสาธารณูปโภคในลาว เล็งชิงงานสายส่ง-สถานีไฟฟ้าย่อย

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday November 5, 2014 15:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เด็มโก้ (DEMCO) กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายตลาดในประเทศกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)หลังจากรุกเข้าไปรับงานสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย 2 แห่งในพม่ามูลค่าราว 90 ล้านบาทแล้ว ขณะนี้บริษัทย่อยในลาวก็ใกล้จะเซ็นสัญญารับสัมปทานบริการด้านสาธารณูปโภคใน 1-2 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทยอยลงทุนภายใต้อายุสัมทาน 15-30 ปี

พร้อมกันนั้น บริษัทยังมองโอกาสของการชิงส่วนแบ่งงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่งไฟฟ้าในลาวเพื่อรองรับโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในฐานะที่ลาวได้รับการยกให้เป็นแบตเตอรี่ของอาเซียน ซึ่งส่วนหนึ่งจะช่วยรองรับธุรกิจเสาโครงเหล็กของบริษัทหลังจากปี 58-59 ที่จะมีการขยายโครงข่ายสื่อสารระบบ 3G และ 4G เสร็จสิ้นไปแล้วก็จะมีปริมาณงานในประเทศลดลง

พร้อมกันนั้น บริษัทยังมองว่าโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ ของ DEMCO ในปีหน้ายังมีอีกมาก หลังจากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะที่ขณะนี้บริษัทร่วมทุน คือ บริษัท ซีไอเอ็น (ไทยแลนด์) ที่ DEMCO ถือหุ้นอยู่ อยู่ระหว่างศึกษาโครงการนำรองในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะรวม 8 เมกะวัตต์ จำนวน 5 โครงการ ในช่วงต้นปี 58 หลังรู้ผลสำรวจปริมาณขยะที่จะป้อนให้กับโครงการ

"โอกาสของโรงไฟฟ้าขยะ น่าจะมีการขยายไปได้อีกมาก เพราะปริมาณขยะในประเทศมีจำนวนมหาศาล ถ้าโครงการนำร่องออกมาดีก็จะเริ่มลุยเต็มที่ เริ่มจากพื้นที่ภาคเหนือ"นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าในปีนี้รายได้ของบริษัทอาจจะทำได้เพียง 5.2 พันล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 พันล้านบาท เนื่องจากมีงานบางส่วนล่าช้าออกไปหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีนโยบายให้ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ แต่เชื่อว่าเมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วก็น่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณงานในมือ(backlog)ที่ ณ สิ้นไตรมาส 2/57 มีอยู่ราว 6,070 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 50% ส่วนที่เหลือจะรับรู้ในช่วงครึ่งแรกของปี 58

ขณะที่ในปีหน้าบริษัทยังมีโครงการจำนวนมากที่มีโอกาสจะได้รับงาน โดยจะเข้าประมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)มูลค่ารวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้งานราว 1 พันล้านบาท งานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)มูลค่ารวม 7 พันล้านบาท ซึ่ง DEMCO คาดว่าจะได้รับงานราว 20-25% งานโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ คสช.อีก 5,000 เมกะวัตต์

งานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐที่มีกำหนดจะต้องแล้วเสร็จราว 1,400 เมกะวัตต์ในปีหน้า ทั้งโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์รูฟ นอกจากนั้นยังมีงานโซลาร์ชุมชนเพิ่มเข้ามาอีก 800 เมกะวัตต์ ในส่วนนี้บริษัทมีความสามารถในการรับงานราว 120-140 เมกะวัตต์ ด้านงานของภาคเอกชน บริษัทคาดว่าจะได้รับงานก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแห่งใหม่ของ บมจ.พลังงานบริสุทธ์(EA) ที่มีแผนก่อสร้างที่จังหวัดพิษณุโลก มูลค่าราว 1,750 ล้านบาท หลังจากได้งานสร้างโซลาร์ฟาร์มของ EA ที่ลำปางและนครสวรรค์ไปแล้วก่อนหน้านี้

และ โครงการโซลาร์รูฟที่ได้เข้าไปลงทุน 3 แห่งใน จ.อุดรธานี ขนาดกำลังผลิตไฟ้าแห่งละ 1 เมกะวัตต์ โดย DEMCO ถือหุ้น 45% และโครงการโซลาร์รูฟที่ร่วมกับ บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น(TICON) และทดำเนินการเอง รวมขนาดกำลังการผลิตทั้งหมด 4 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสร้างรายได้ราว 14.5 ล้านบาท

ส่วนโครงการพลังงานลม ในปีหน้าทาง บริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ที่บริษัทเข้าไปถือหุ้นราว 4% มีแผนจะก่อสร้างโครงการใหม่อีก 4 โครงการในปี 58 และแล้วเสร็จในปี 59 ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าโครงการละ 60-90 เมกะวัตต์ มูลค่างานรวมประมาณ 3.6 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทมีโอกาสได้รับงานก่อสร้าง หลังจากในปีนี้ได้รับงานมาแล้ว 4 โครงการ และบางโครงการก็ได้เข้าไปถือหุ้นด้วย ทำให้บริษัทสวมหมวกสองใบคือเป็นทั้งผู้ถือหุ้นที่จะได้รับเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน และผู้รับเหมาะที่จะได้รับค่าก่อสร้างด้วย

ด้านงานเสาโครงเหล็กในปี 58 คาดว่าจะมีการประมูลงานทั้งหมดมูลค่าราว 2 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดหวังจะได้รับงานราว 450-500 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานเสาสื่อสารโทรคมนาคมรองรับการขยายโครงข่ายระบบ 3G และ 4G เป็นหลัก

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะได้รับเงินปันผลจากกิจการที่เข้าไปถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากปีนี้ ประมาณการไว้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ