ขณะที่ดัชนี SET อยู่ที่ 1,597.21 จุด เพิ่มขึ้น 8.90 จุด(+0.56%)เมื่อเวลา 10.20 น.
บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า การเคลื่อนไหวที่รุนแรงของหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY)มีน้ำหนักขับเคลื่อนตลาด โดยคำนวณความสัมพันธ์ได้ว่ามูลค่าตลาด(Market Cap.) ของ BAY มีน้ำหนักราว 6% ของดัชนี SET50 และหากหุ้น BAY เปลี่ยนแปลง 1% จะขับเคลื่อน SET50 ได้ราว 0.6% (น้ำหนักและความสัมพันธ์ของ BAY จะยิ่งเพิ่มขึ้นหากราคาหุ้นและ Market cap. ยังขยายตัวไปต่อ) SET จึงมีความเสี่ยงทางทางขาลงตามทิศทางของหุ้น BAY ด้วย หากมีการปรับตัวลงแรงจะกดดัชนีส่งผลทางจิตวิทยาต่อการลงทุนในหุ้นอื่น ๆ อีกด้วย ระยะนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ตัวอื่น ๆ
ทั้งนี้ มองว่าหุ้น BAY กำลังมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นตอบสนองผลดีทางพื้นฐานไปมากพอสมควรแล้ว มีความเสี่ยงทางขาลงสูงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุน
ในทางปัจจัยพื้นฐาน BAY กำลังจะมีพัฒนาการที่สำคัญ คือ การควบรวมธนาคาร BTMU สาขากรุงเทพฯสำเร็จอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ม.ค.58 โดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 1.2 ล้านหุ้นให้กับ BTMU ญี่ปุ่น(เป็นผู้ถือหุ้น BAY)หากใช้ราคาหุ้น BAY ก่อนการควบรวมกิจการที่ 41 บาท เท่ากับว่า BAY ซื้อ BTMU สาขากรุงเทพฯมาในราคาเพียง 49 ล้านบาท ขณะที่ BTMU สาขากรุงเทพฯมีขนาดทรัพย์สิน 479 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินทรัพย์ต่อทุนที่ 10 เท่า ซึ่งเราประเมินว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคาร(SCB KBANK KTB)
หลังควบรวม ขนาดทรัพย์สินของ BAY จะเพิ่มจาก 1.2 ล้านล้านบาท มาอยู่ราว 1.7 ล้านล้านบาท ถือว่าขยับจากความเป็นธนาคารขนาดกลางมาเข้าใกล้กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (SCB KBANK BBL KTB) ซึ่งมีขนาดทรัพย์สินเฉลี่ยกันแถว 2.5 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น BAY ที่ผ่านมาถือว่าปรับตัวขึ้นมารุนแรง โดยคำนวณมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นหลังรวม BTMU สาขากรุงเทพฯและผลจากจำนวนหุ้นเพิ่มทุนแล้วจะเพิ่มจาก 21 บาทมาเป็น 24 บาทต่อหุ้น ประเมินราคากรณีที่ให้อัตรา PBV ที่ 2 - 2.5 เท่า ซึ่งเป็นค่าปกติถึงค่าสูงสุดในอดีต ราคา BAY ควรจะอยู่ราว 50-60 บาท เท่านั้น
มองว่า PBV ที่ 2.5 เท่า ยังถือว่าแพงกว่ากลุ่มหากเทียบกับ BBL ที่มี ROE ใกล้เคียงกันยังซื้อขายที่ PBV ราว 1.1 เท่าเท่านั้น ยิ่งหากประเมินมูลค่าด้วย Market cap. จะถือว่ายิ่งไม่สมเหตุผลเพราะ BAY แซงขึ้นมาเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในไทยไปแล้ว ปัจจัยที่จะทำให้ BAY ซื้อขายที่ PBV สูงกว่า 2.5 เท่า คือ หลังรวมลูกค้าจาก BTMU มาแล้วเกิด synergy และการประหยัดต่อขนาดมาพัฒนาให้อัตรากำไรของ BAY ดีขึ้นซึ่งเรามองว่าจะต้องใช้เวลา ถือว่าเร็วเกินไปที่ราคาหุ้นปรับตัวสะท้อนในวันนี้