ค่ายกรุงศรี ประเมินกรอบ SET Index ปีนี้ 1,350-1,800 จุด ห่วง P/E พุ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday February 4, 2015 16:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประภาส ตันติพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนา“ปี 2558 หัวเลี้ยวหัวต่อของการคลี่คลายวิกฤตเศรษฐกิจโลก"ว่า ในปีนี้คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบ 1,350-1,800 จุด บนพื้นฐานกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตที่ระดับ 10-15% จากปีที่ผ่านมาติดลบ 3-5% รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

สำหรับปัจจัยบวกที่จะมาสนับสนุนตลาดหุ้นไทยในปีนี้ คือ การเติบโตของภาพรวมเศรษฐกิจ(GDP)คาดไว้ในระดับ 3.8-4.8% รับผลดีจากการลงทุนภาครัฐฯมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมามาก เอื้อต่อต้นทุนการผลิตในภาคการผลิตจริง และลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไป

ขณะที่ปัจจัยภายนอกที่จะช่วยผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้คือ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(FED)จะยังคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ราคาน้ำมันคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง เนื่องจากประเทศผู้ผลิตหลักมีแนวโน้มจะลดการผลิตลง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น และการออกมาตรการมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย QE ของยุโรป จะช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริงหรือไม่ ประกอบกับ ความเสี่ยงจากปัญหาของรัสเซียทั้งโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ และผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อรายได้ของรัสเซียในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 200,000 ล้านยูโร จากปัจจุบัน 300,000 ล้านยูโร

นายประภาส กล่าวว่า จากผลประกอบการจดทะเบียนในปีที่ผ่านมาปรับลดลงมาก ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นไปประมาณ 20% ส่งผลให้ P/E ปัจจุบันสูงขึ้นมาที่ 19 เท่า และในปีนี้มองว่ามีโอกาสที่จะเห็น P/E แตะที่ระดับ 23-25 เท่า หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยยังอยู่ในระดับสูง แม้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากจะมีเงินไหลเข้ามาจากผลของมาตรการ QE ของยุโรป

"หากผลประกอบการ บจ.ปีนี้ออกมาไม่ดี แต่ในด้านความเชื่อมั่นนักลงทุนยังมีอยู่สูงจะดันให้ ดัชนีปรับตัวขึ้นไปแตะที่ 1,700-1,800 จุด ซึ่งจะส่งผลให้ P/E ขึ้นมาแตะที่ระดับ 23-25 เท่า แต่คงไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด คงต้องจับตาดูว่าหาก P/E ขึ้นไปแตะที่ระดับดังกล่าวนั้นจะเกิดการพักฐานรอบใหญ่เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่"นายประภาส กล่าว

ด้านนายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ลูกค้าบุคคล และบริหารผลิตภัณฑ์เงินฝาก การลงทุน ประกันภัย ธนบดี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY) เปิดเผยว่า ธนาคารมองว่าในปีนี้มีโอกาสทึ่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)อาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงครึ่งปีหลังหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวล่าช้า โดยเฉพาะหากการท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และเอกชน รวมไปถึงการบริโภคยังไม่ฟื้นตัวดี

ปัจจัยที่จะมีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศอุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ(FED)ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยตาม อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบาง นอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนของไทยที่อ่อนค่าน้อยกว่าคู่แข่งยังจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ