ข่าวอินโฟเควสท์
01:52 สหรัฐออกแถลงการณ์เรียกร้องอิหร่านปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันที่ยึดไว้   สหรัฐออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อิหร่านทำการปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันที่ยึดไว้ในทันท…
01:23 นักวิเคราะห์ฟันธงเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนนี้   นางทิฟฟานี วิลดิง ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ของ PIMCO บริษัทซื้อขายพันธบัตรยักษ์ใหญ่ของส…
00:47 นักวิเคราะห์คาด ECB คงดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า แต่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย,ทำ QE   นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการ…
00:22 สภาผู้แทนฯสหรัฐไฟเขียวร่างกฎหมายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำสู่ระดับ 15 ดอลลาร์/ชั่วโมง   สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้การอนุมัติร่างกฎหมายของรัฐบาลกลางในการเพ…
23:18 บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ,เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับต…

บอร์ด AOT มีมติปรับแนวทางพัฒนาสุวรรณภูมิ เฟส 2 ส่วนรันเวย์รอผ่าน EHIA ก่อน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 พฤษภาคม 2558 18:06:22 น.

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพกรเป็นประธานว่า บอร์ดได้มีมติปรับแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ให้เป็นไปตามตามความเห็นของกระทรวงคมนาคมที่ได้มีหนังสือถึง ทอท.ลงวันที่ 9 เม.ย.58 ให้ดำเนินการตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเดิม

จากที่ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้เสนอแผนปรับพัฒนาสุวรรณภูมิระยะ 2 วงเงิน 61,735.42 ล้านบาทออกเป็น 2 ระยะโดยลงทุนก่อสร้างหลุมจอดและโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ใต้ดินก่อน จากนั้นค่อยก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1, ขยายอาคารผู้โดยสารทิศตะวันออก พร้อมกันนี้จะเร่งก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) สำรอง ความยาว 2,900 เมตรก่อน และเมื่อได้รับอนุมัติผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (EHIA) แล้ว จึงจะก่อสร้างเป็นรันเวย์ที่ 3 ความยาว 3,700 เมตร วงเงินลงทุน 20,243.106 ล้านบาท และก่อสร้างงานเพิ่มเติม คือ อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือ Multi-Function Terminal วงเงิน 27,684.392 ล้านบาท

ดังนั้นมติบอร์ดทอท.ให้มีการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิใน 3 กลุ่ม คือ การพัฒนาสุวรรณภูมิระยะ 2 วงเงิน 61,735.42 ล้านบาท ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ส.ค.53 โดยคาดว่าผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้รับความเห็นชอบในเดือนต.ค.58 จากนั้นจะใช้เวลาในการคัดเลือกผู้รับจ้าง 9 เดือนและก่อสร้างอีก 33 เดือนและทดสอบอีก 3 เดือนรวม 45 เดือนแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2562 ทั้งนี้ในระหว่างรอการพิจารณา EIA นั้น ทอท.จะดำเนินการการจัดหาผู้รับจ้างในโครงการโดยไม่ผูกพันสัญญาคู่ขนานกันไป เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน และให้ดำเนินการได้ทันที EIA ผ่าน

ส่วนการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 โดยรอผลการพิจารณา EHIA จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ซึ่งคาดว่าอย่างเร็ว จะได้รับการอนุมัติภายในเดือนต.ค.59  โดยจะเปิดใช้งานทางวิ่งเส้นที่ 3 ได้ในเดือนต.ค.62 โดยระหว่างนี้จะจัดทำ TOR และหาผู้รับจ้างออกแบบไว้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการประมูลเมื่อ EHIA ผ่าน โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการหาผู้รับจ้าง 9 เดือน ก่อสร้างประมาณ 33 เดือน สามารถเปิดใช้รันเวย์ที่ 3 ได้ในเดือนต.ค.62 ซึ่งหาก EIA ล่าช้าก็จะขยับแผนออกไปประมาณ 1 ปี

อย่างไรก็ตาม บอร์ดทอท.มีความกังวลและเห็นว่าการก่อสร้างทางวิ่งสำรองฉุกเฉินความยาว 2,900 เมตร ยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงก่อนที่รันเวย์ที่ 3 จะเสร็จ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ซึ่งได้มอบหมายให้ ทอท.พิจารณาศึกษาแนวทางที่เหมาะสม โดยหากไม่มีรันเวย์สำรองก่อน จะมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงรันเวย์ที่มีอายุการใช้งานเกือบ 10 ปีแล้วไม่สามารถซ่อมบำรุงใหญ่ได้ โดยจะได้เพียงซ่อมบำรุงตามสภาพ

นอกจากนี้ ทอท.จะต้องปรับแผนแม่บทเพื่อเพิ่มเติมงานส่วนนี้เข้าไปซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนแล้วเสร็จในเดือนม.ค.59 โดยจะดำเนินการของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมคู่ขนานไปด้วย จากนั้นจะนำเสนอโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ต่อกระทรวงคมนาคมและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  พิจารณาในเดือนมิ.ย.59 ก่อนเสนอครม.พิจารณา คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และแล้วเสร็จในปี 2563

อย่างไรก็ตาม ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภูเก็ต หาดใหญ่ ในช่วง 5 ปี คาดว่า ทอท.จะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 1.3-1.4 แสนล้านบาท โดยในปี 2559 ใช้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทและประเมินจากเงินสดหมุนเวียนที่มี 4.5 หมื่นล้านบาทนั้น คาดว่าเงินสดขาดมือประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาทในปี 2561 ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขการเติบโตของผู้โดยสารด้วย ซึ่งหากมีการเติบโตสูง อาจจะไม่มีปัญหาเงินสดขาดมือได้ โดยจะปรับแผนการเงินในทุกปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง