(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซต์เวย์ รอดู PMI หลายปท.ทั่วโลก-ถ้อยแถลงปธ.เฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 21, 2015 09:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซต์เวย์ โดยนักลงทุนต่างรอดูตัวเลข PMI ภาคการผลิตงวดพ.ค.ของแต่ประเทศทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น, จีน, ยุโรป และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังรอดูถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในวันศุกร์นี้ด้วย โดยรอดูว่าจะส่งสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็เชื่อว่าเฟดคงจะยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยมองว่าเฟดน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไปก่อนจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเราคงจะยังได้แรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ จากที่ธนาคารพาณิชย์ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ

พร้อมให้แนวรับ 1,515 จุด ส่วนแนวต้าน 1,530 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด(20 พ.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 18,285.40 จุด ลดลง 26.99 จุด(-0.15%),ดัชนี
NASDAQ ปิดที่ 5,071.74 จุด เพิ่มขึ้น 1.71 จุด(+0.03%),ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,125.85 จุด ลดลง 1.98 จุด(-0.09%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 18.90 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 10.15 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ ลดลง 77.73 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ ลดลง 37.78 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 0.14 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 0.02 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 0.26 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(20 พ.ค.58)1,520.11 จุด ลดลง 5.85 จุด (-0.38%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,968.02 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 พ.ค.58
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(20 พ.ค.58) ปิดที่ 58.98 ดอลลาร์/
บาร์เรล เพิ่มขึ้น 99 เซนต์
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(20 พ.ค.58)ที่ 8.70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.52/53 แข็งค่าจากแรงขายดอลล์ หลังเฟดยังไม่รีบขึ้นดบ.
  • แบงก์ใหญ่ "กสิกร-ไทยพาณิชย์" นำร่อง ลดดอกเบี้ยกู้ "บัณฑูร" อัดระบบแบงก์ มีแต่นักการเงินเก่ง เงินเดือนสูง แต่สติสัมปชัญญะต่ำ ทั้งที่เศรษฐกิจยังแย่ "วิชิต" อัดฉีดเม็ดเงินอีก 30,000 ล้านบาทเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี ขณะแบงก์รัฐ "กรุงไทย-ออมสิน" ถกสัปดาห์หน้า
  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งระบบราง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1.75 ล้านล้านบาท โดยจะทยอยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป
  • ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปัจจัยสนับสนุนภาคส่งออกคือ เงินบาทที่อ่อนค่าลงตามมาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทยอยประกาศออกมา ซึ่งยอมรับว่าครั้งนี้แบงก์ชาติเก่งจริง โดยตอนนี้เงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 5% เมื่อเทียบกับต้นปี แต่จะต้องรอประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะเห็นผลที่เงินบาทมีต่อการส่งออกอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ส่งออกจะใช้เวลารับออร์เดอร์และส่งสินค้าประมาณ 3 เดือน
  • "สันติ กีระนันทน์"รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 499 บริษัท หรือ 92.24% จากทั้งหมด 541 บริษัท เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2558 มีกำไรสุทธิ 226,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.89% แต่มียอดขายรวมลดลง 10.83% เป็น 2,513,922 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหากไม่รวมธุรกิจพลังงานและหมวดปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลง ยอดขายจะเติบโต 1.32% จากงวดเดียวกันปีก่อน
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC SCB) ประเมินจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 1 ปี 2015 ขยายตัว 3.0%YOY (เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า) จากที่ขยายตัว 2.1%YOY ในไตรมาสก่อน และขยายตัวได้ 0.3%QOQSA (เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) ซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาด โดย สศช. ได้ปรับปรุงข้อมูล GDP ใหม่ทั้งหมด เริ่มใช้ไตรมาส 1 ปี 2015 เป็นครั้งแรก

*หุ้นเด่นวันนี้

  • KTC(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 116 บาท การย้ายธุรกิจตามเก็บหนี้ให้กับ Outsource รายหนึ่งตั้งแต่ปลาย เม.ย. ตามเกณฑ์ของธปท. ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการเก็บหนี้หายไปประมาณ 20 ล้านบาทต่อเดือน กำไร 2Q15 จึงอาจลดลง 21% Q-Q และ 5% Y-Y อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างขออนุญาตธปท.ในการถือหุ้นใน Outsource รายนี้ แต่ถึงแม้ไม่ได้ถือหุ้น KTC ยังมีศักยภาพในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และลดการตั้งสำรองฯ โดยยังคาดกำไรปีนี้โต 13.6% Y-Y
  • BIG(ดีบีเอส วิคเคอร์ส)"ซื้อ"เป้า 1.45 บาท คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้เพิ่ม 87% และปีหน้า 15% แม้ความนิยมในการถ่ายภาพด้วย Smart Phone จะมาทดแทนกล้องถ่ายภาพแบบ Compact แต่ตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์ขนาดพกพา (Mirrorless) กลับเติบโตสูง การที่ Big Camera มีส่วนครองตลาดเกิน 50% มีสาขามากสุดในไทยถึง 215 สาขา และตั้งอยู่ทั่วประเทศ ขยายสาขาใหม่ปีนี้ 10 แห่ง ตามห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่และได้รับความนิยม จึงเติบโตเร็ว
  • SAMART(ดีบีเอส วิคเคอร์ส)"ซื้อ"เป้า 32 บาท คาดว่าความสามารถการทำกำไรของ SAMART จะดีขึ้นตั้งแต่ 2Q58 นี้เป็นต้นไป แรงผลักดันจะมาจากธุรกิจของบริษัทในกลุ่มคือ SAMTEL และจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล กำลังการผลิต 8 เมกกะวัตต์ จะให้ผลตอบแทนเป็นมูลค่าปัจจุบัน (NPV) ที่ 684 ล้านบาท (0.68 บาทต่อหุ้น) ซึ่งใช้อัตราส่วนลด (discount rate) ที่ 8.4%
  • BMCL(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 2.42 บาท เพื่อใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นบริษัทใหม่(BEM) และคาดราคาหุ้น BMCL จะตอบรับเชิงบวก หลังวานนี้ รมว.คมนาคมเผยว่าสัปดาห์หน้าจะมีการเจรจากันระหว่าง สศช และ BMCL ต่อสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และคาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายใน ก.ค. 2558 และคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อ BMCL โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเสร็จสิ้นการควบรวมกับ BECL จะส่งผลให้บริษัทใหม่(BEM)มีความครบวงจร ทั้งโครงสร้างธุรกิจ ทั้งทางด่วน และระบบราง, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และเปิดทางให้เข้าประมูลงานระบบขนส่งขนาดใหญ่ของภาครัฐฯที่จะเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องใน 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมคาดบริษัทใหม่(BEM)จะเข้าซื้อขายในตลท.ช่วงเดือน ก.ย.

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ