POLAR-W3 ปิดเทรดวันแรกที่ 0.02 บาท มูลค่าซื้อขาย 33.35 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.03 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 0.04 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 0.02 บาท
ขณะที่หุ้น POLAR ปิดที่ 0.24 บาท ลดลง 0.02 บาท(-7.69%) มูลค่าซื้อขาย 232.51 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 0.26 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 0.27 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 0.23 บาท
บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ บมจ.โพลาริส แคปปิตัล(POLAR)ใช้ชื่อย่อว่า POLAR-W3 คาดว่าจะมี All-in Premium +733% โดยสาเหตุที่ All-in Premium สูงผิดปกติเนื่องมาจากความผันผวนของหุ้นที่สูงมาก(Volatility 173% ต่อปี)มองว่า POLAR เป็นหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูงมากและด้วยราคาหุ้นที่ Deep Out of The Money มาก จึงไม่แนะนำให้ลงทุนระยะยาว เนื่องจากประวัติการเพิ่มทุนและแตกพาร์ของบริษัทรวมถึงราคาใช้สิทธิที่ห่างไกลกับราคาในปัจจุบันมาก และการเก็งกำไรในระยะสั้นควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง
จากการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี BSM อ้างอิงราคาปิดที่ 0.26 บาท (25 พ.ค.) จะได้มูลค่าที่เหมาะสมของ POLAR-W3 ที่ 0.17 บาท พร้อมให้กรอบมูลค่าของ POLAR-W3 ไว้ที่ 0.14-0.23 บาท เมื่อราคาหุ้น POLAR เคลื่อนไหวในกรอบ 0.22-0.32 บาท โดยมี Volatility 174% per year
POLAR พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยปัจจุบันมีอยู่ 2 โครงการคือ ลีฟวิ่งนารารังสิต และ โครงการโคเวอร์ ภูเก็ต และล่าสุดได้เพิ่มทุนเพื่อดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน
POLAR-W3 จำนวนที่ออก 3,128.26 ล้านหน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 6 : 1 และจัดสรรให้กับผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตราส่วน 1 : 4 : 2 (ขึ้น XW 28 ม.ค. 2015) อัตราใช้สิทธิ 1 : 1 @ 2 บาท, อายุ 3 ปี กำหนดใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือน ธ.ค. (โดยใช้สิทธิได้ครั้งแรกคือวันที่ 2 ก.พ. 2016 และใช้สิทธิได้ครั้งสุดท้ายในวันหมดอายุคือวันที่ 1 ก.พ. 18)