BWG เชื่อ H2/58 ผลงานโตต่อเนื่องจากรายได้-กำไร H1/58 โตกระโดด

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 13, 2015 13:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุทัศน์ บุณยอุดมศาสตร์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน บมจ. เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ผู้ประกอบธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรรายเดียวในประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงาน ในครึ่งหลังของปี 58 ว่า เชื่อว่าบริษัท จะยังสร้างผลงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ จากการใช้กลยุทธ์ทางด้านการตลาด และการสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯ ได้วางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 15-20 จากรายได้ 1,518 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

ส่วนผลประกอบการงวด 3 เดือนประจำไตรมาสที่ 2/58 (เมษายน-มิถุนายน 2558) และงวดสะสม 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ว่า ในไตรมาสที่ 2/58 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 414.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.82 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.66 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/57 ที่มีรายได้รวม 364.79 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนการให้บริการในไตรมาสที่ 2/2558 เท่ากับ 247.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.64 ของรายได้จากการให้บริการ เทียบกับปี 57 ที่มีต้นทุนการให้บริการ 239.58 ล้านบาท หรือร้อยละ 65.68 ของรายได้จากการให้บริการ ทำให้ในงวดไตรมาสที่ 2/58 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 76.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.33 ล้านบาท หรือร้อยละ 81.85

สำหรับการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของกำไรสุทธิในงวดไตรมาสที่ 2/58 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้เกิดจากปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 9.00 และราคาค่ากำจัดกากอุตสาหกรรมถัวเฉลี่ยต่อตัน เพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 4.27 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ต้นทุนจากการให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรม สำหรับไตรมาส 2/58 มีอัตราลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการให้บริการ เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายผันแปรคือ ค่าหลุมฝังกลบตัดจ่าย ค่าเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการเผาไหม้และเพื่อใช้ในการขนส่ง ค่าพาหนะเพื่อการขนส่ง ค่าผลประโยชน์ตอบแทนกรมโรงงาน เป็นส่วนใหญ่ และมีต้นทุนคงที่อันประกอบไปด้วย เงินเดือนและผลตอบแทนพนักงานส่วนโรงงาน ค่าเสื่อมราคา เป็นส่วนใหญ่

ในงวดสะสม 6 เดือนบริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 787.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.97 ล้านบาทหรือร้อยละ 11.14 จากปีก่อนที่ทำได้ 708.98 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 137.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.18 ล้านบาท หรือร้อยละ 47.17 จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93.67 ล้านบาท โดยกำไรที่เติบโตมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอุตสาหกรรมที่รับกำจัดเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 8.18 และราคาค่ากำจัดกากอุตสาหกรรมถัวเฉลี่ยต่อตัน เพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 2.74 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน เมื่อรวมกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าบริการอย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดังกล่าว

“การเติบโตของธุรกิจในครึ่งปีแรกมาจากการใช้กลยุทธ์ทางด้านการตลาด และความพร้อมในการให้บริการที่ครบวงจรเพียงรายเดียวในประเทศไทย ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะให้การกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างเป็นระบบ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงงานหันมากำจัดกากอุตสาหกรรมกับผู้ประกอบการกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น สะท้อนให้มีปริมาณกากอุตสาหกรรมเข้ากำจัดเพิ่มขึ้นดังกล่าว"นายสุทัศน์ กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ