บริษัทยังมองโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อสูง โดยสนใจฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งประเทศดังกล่าวนอกจากกำลังซื้อสูงแล้ว เศรษฐกิจยังเติบโตค่อนข้างมาก แต่ก็ต้องคำนึงถึงในเรื่องของต้นทุนการทำตลาดที่จะตามมาด้วยเช่นกัน โดยปีหน้าบริษัทวางงบการตลาดไว้ 2-3% ของรายได้รวมใกล้เคียงกับปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนจับมือกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น จากที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการร่วมมือกับบริษัท เพชรเกษมโฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งนักเป็นผู้เชื่อยวชาญด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอนำเสนอผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าท่อนบนภายใต้แบรนด์ McT สอดคล้องกับกลยุทธ์เพิ่มความหลากหลายของสินค้า ที่นอกจากจะเสริมความแข็งแกร่งในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ท่อนล่างที่มีการเติบโตที่ดีและโอกาสทางธุรกิจอีกมาก ทำให้สามารถดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า และส่งผลต่อยอดขายต่อร้านในอนาคต
สำหรับการขายผ่านออนไลน์ ทางทีมงานได้วางระบบ ERP เป็นที่เรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างกระบวนการทดสอบระบบโดยผู้ใช้งาน ก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริงในเดือน ม.ค.59 โดยบริษัทฯมองว่าอาจจะไม่ได้ส่งผลต่อรายได้มากนัก แต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนจากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
นางสาวสุณี กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตได้ราว 12% จากปีก่อนมีรายได้ที่ 3,537.60 ล้านบาท จากการขยายสาขาราว 60 สาขา ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขาทั้งหมดรวม 860 สาขา และในไตรมาส 4/58 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น บริษัทก็มีแผนออกโปรโมชั่นมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลทำให้ยอดขายเติบโตได้ถึง 10% จากไตรมาส 3/58 ที่เติบโต 8% ขณะที่กำไรสุทธิน่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่อยู่ที่ 711.64 ล้านบาท เนื่องด้วยบริษัทฯมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารพื้นที่เพิ่มขึ้น จากการขยายจุดจำหน่าย
ทั้งนี้ ในวันที่ 23 พ.ย.58 บริษัทฯจะเดินสายโรดโชว์ในประเทศฮ่องกง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน คาดว่าจะมีกองทุนสนใจมาร่วมรับฟังข้อมูลกว่า 10 กองทุน ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯมีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศถือหุ้นในสัดส่วน 25%