JWD มั่นใจผลงานปี 59 โตไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ชะลอตัวใน Q1 เหตุทยอยเปิดบริการโลจิสติกส์-คลังสินค้าใน H2 หนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 12, 2016 12:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปี 59 จะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าจะชะลอตัวลงในไตรมาสแรก เนื่องจากธุรกิจหลักยังมีแนวโน้มเติบโต ขณะที่โครงการลงทุนด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้าทั้งในไทยและอาเซียน ที่จะทยอยเปิดให้บริการและสร้างรายได้ให้กับบริษัทในครึ่งปีหลังจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานได้
"ถึงแม้ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ผ่านมาชะลอตัวลง แต่ถ้าพิจารณารายได้จากกลุ่มธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ที่รุกให้บริการแบบ On-Site Service ภายในพื้นที่โรงงานของลูกค้าและธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดน ยังมีอัตราเติบโตที่ดีและมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เราจึงมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินงานปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเรามีโครงการลงทุนด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้าทั้งในไทยและอาเซียน ที่จะทยอยเปิดให้บริการและสร้างรายได้ให้กับบริษัทในครึ่งปีหลัง ประกอบกับการเปิด AEC จะส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดนขยายตัวอย่างโดดเด่น"นายเอกพงษ์ กล่าว

นายเอกพงษ์ กล่าวอีกว่า ในไตรมาส 2/59 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากความต้องการด้านโลจิกติกส์ในภาคอุตสาหกรรมการนำเข้า-ส่งออกที่ดีขึ้น และการขยายการลงทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลงานทั้งปีนี้ โดยธุรกิจหลักที่มีแนวโน้มเติบโตที่ดี ได้แก่ ธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ที่มุ่งให้บริการเชิงรุกแบบ On-Site Service ภายในพื้นที่โรงงานของลูกค้าเพิ่มขึ้นและธุรกิจขนส่งสินค้าข้ามแดนที่คาดว่าขยายตัวแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้รวมในปีนี้เติบโต หลังจากไตรมาส 1/59 มีรายได้รวม 549.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ชะลอตัว ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทตัดสินใจนำพื้นที่บริการรับฝากและบริหารชิ้นส่วนยานยนต์ภายในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ที่สิ้นสุดสัญญาให้บริการรับฝากสินค้า มาปรับปรุงเป็นโครงการศูนย์กระจายสินค้าเคมีภัณฑ์ (JCS : JWD Chemical Supply Chain) มีพื้นที่ 6,900 ตารางเมตร และโครงการศูนย์รวมในการเก็บและกระจายสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ (LCL Consolidate Hub) พื้นที่ 9,100 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการสินค้าและอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น

ส่วนธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้าอันตรายมีรายได้ลดลงบ้างในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เนื่องจากจากปริมาณการนำเข้า-ส่งออกสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ที่ผ่านเข้า-ออกพื้นที่เขตท่าเรือแหลมฉบังชะลอตัว คาดว่าเป็นผลมาจากผู้นำเข้าและส่งออกรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงซึ่งจะมีผลต่อราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตามในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาปริมาณการนำเข้าสินค้ากลับมาเพิ่มขึ้นในระดับปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้

ด้านนายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า ในปีนี้ JWD จะเดินหน้าขยายธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ในไทยและอาเซียนต่อเนื่อง โดยโครงการศูนย์กระจายสินค้าเคมีภัณฑ์และโครงการศูนย์รวมในการเก็บและกระจายสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในไตรมาส 3/59 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ในต่างประเทศบริษัทเตรียมเปิดบริการคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งในประเทศกัมพูชาในไตรมาส 3 นี้พื้นที่ 3,440 ตารางเมตร คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีอัตราเช่าพื้นที่ 50% ของทั้งหมด นอกจากนี้มีแผนขยายการลงทุนในไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการเจรจาร่วมทุน การเข้าควบรวมกิจการและการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานปี 59 และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศเป็น 25% ภายในปี 63 จากปัจจุบันอยู่ที่ 8% เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในอาเซียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ