JUBILE เผย Q2/59 กำไรดีต่อเนื่องจากควบคุมต้นทุนได้ดี กองทุนเทมเพิลตันกอดหุ้นแน่น

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 16, 2016 13:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส (JUBILE) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/59 บริษัทยังคงนโยบายให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำไรสุทธิมากกว่ายอดขาย หลังผลงานไตรมาส 1/59 ออกมาดี บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 34.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 8.80%

สาเหตุที่บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งการบริหารต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้น การบริหารสัดส่วนสินค้าที่วางจำหน่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น การต่อรองกับซัพพลายเออร์ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีการวางกลยุทธ์การขายและการตลาดที่ได้ผล โดยเฉพาะการใช้การตลาดออนไลน์ ซึ่งลดต้นทุนได้มาก รวมไปถึงการที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างดี

"เราได้วางยุทธศาสตร์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพ การลดต้นทุน มาตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 ปีทีผ่านมา ซึ่งก็เห็นผลสำเร็จอย่างมากในไตรมาส 4 ปี 58 และต่อเนื่องมายังไตรมาส 1 ปี 59 ที่บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นมาก ถือว่าเรามาถูกทาง ส่วนช่วงไตรมาส 2 จนถึงขณะนี้บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีมากเช่นกัน"นางสาวอัญรัตน์กล่าว

ส่วนกลยุทธ์การขายจะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ และมีจำนวนจำกัด รวมไปถึงจะเน้นเพิ่มยอดขายสาขาเดิมให้มากขึ้น ซึ่ง ณ สิ้นเดือน เม.ย.59 บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 124 สาขา ส่วนการขยายสาขาในปี 59 วางเป้าไว้ 5 สาขา สอดคล้องกับการขยายตัวของห้างสรรพสินค้า และจะมีบางสาขาที่จะยกระดับจาก คีย์ออส ขึ้นเป็น ร้านเพชร

สำหรับแนวโน้มของตลาดเพชรนั้นยังคงมีความต้องการสูงกว่าจำนวนผู้ผลิตเพชรอย่างมาก ซึ่งทำให้แนวโน้มของราคาเพชรยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำลังซื้อในประเทศนั้นเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะในกลุ่มภาคกลาง และ ภาคเหนือ ที่หันมาซื้อเพชรเพิ่มขึ้น

บริษัทยังคงได้รับความไว้วางใจจากกองทุนเทมเพิลตันที่ถือหุ้นของบริษัทมาอย่างยาวนาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลตอบแทนที่บริษัทให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการจ่ายปันผลที่เป็นจุดเด่นของบริษัทมาโดยตลอด ด้วยนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 60% ของกำไรสุทธิ และจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้นักลงทุนในระยะยาวได้รับผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/59 มียอดขายจำนวน 329.01 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.8% เป็นผลมาจากการชะลอตัวของสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าบางส่วนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล แต่ในส่วนกำไรกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/59 เท่ากับ 151.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.8% ส่วนกำไรสุทธิมีมูลค่า 34.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ