กลุ่ม BSR ลั่นพร้อมทุ่มแสนลบ.ลงทุนสายสีชมพู-เหลืองไม่ต้องเพิ่มทุน BTS เชื่อช่วยดันผู้โดยสารโตเท่าตัว

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday December 15, 2016 14:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ร่วมกับ ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และ ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เตรียมเข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรองราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รฟม.) ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อหาข้อสรุปก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในมี.ค.-เม.ย.60 โดยประกาศความพร้อมลงทุน 1 แสนล้านบาททั้งจากส่วนทุนและเงินกู้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ซึ่ง BTS เชื่อจะช่วยผลักดันรายได้เป็นโตเท่าตัวหลังจากทั้งสองสายแล้วเสร็จในปี 63

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS กล่าวว่า บริษัทจะถือหุ้นในกลุ่ม BSR ในสัดส่วน 75% ขณะที่ STEC ถือหุ้น 15% และ RATCH ถือหุ้น 10% ซึ่งทั้ง 3 บริษัท มีความพร้อมที่จะลงทุน 2 โครงการ โดยแต่ละโครงการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระเต็มไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาท รวมเป็น 28,000 ล้านบาท และเงินลงทุนในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 70,000 ล้านบาท จะมาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงิน และ/หรือ การระดมทุนจากตลาดทุน ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การออกพันธบัตร เป็นต้น

"กิจการร่วมค้า BSR ได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยได้มีการหารือกับสถาบันการเงินและผู้เกี่ยวข้อง และมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดหาเงินลงทุนทั้งหมดได้ทันครบถ้วนตามเวลาและเป้าหมาย"นายคีรี กล่าว

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นการลงทุนในลักษณะ PPP Net Cost โดยภาครัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับการก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งให้เงินสนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธา จำกัดวงเงินสนับสนุนสำหรับสายสีชมพูไว้ไม่เกิน 20,135 ล้านบาท และสายสีเหลืองไม่เกิน 22,354 ล้านบาท และเอกชนผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา จัดหาระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า โดยวงเงินลงทุนทั้งหมดสำหรับสายสีชมพู 53,490 ล้านบาท และสายสีเหลือง 51,810 ล้านบาท

สัญญาสัมปทานจะมีอายุ 33 ปี 3 เดือน (ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี) ผู้รับสัมปทานจะมีหน้าที่ในการเดินรถ และซ่อมบำรุงรักษาระบบตลอดอายุสัมปทาน ตลอดจนจัดเก็บรายได้จากค่าโดยสารและรายได้จากกิจการเชิงพาณิชย์อื่นๆ ในระบบ โดยจะมีการแบ่งรายได้ให้กับ รฟม.ด้วย

นายคีรี กล่าวว่า BTS คาดว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองเมื่อแล้วเสร็จในปี 63 จะทำให้จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าภายใต้สัมปทานของ BTS เติบโตเท่าตัวมาที่ราว 1.7-2 ล้านคน/วัน และทำให้รายได้ในงวดปี 62/63 พุ่งเป็น 2.2 หมื่นล้านบาท จากงวดปีนี้ 59/60 ที่คาดว่าจะมีรายได้ราว 1-1.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัทยังมีที่ดินในมือ (land bank) อีกกว่า 800 ไร่ มูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาทที่พร้อมจะนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้เสริมเข้ามาเพิ่มเติมด้วย

ส่วนในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่าจำนวนผู้โดยสารจะสามารถเติบโตได้ตามคาดการณ์เดิมที่ 4-6% แม้ว่าก่อนหน้านี้จะปรับลดเป้าหมายการเติบโตไปเหลือราว 3% เมื่อครั้งเกิดสถานการณ์ในประเทศเมื่อเดือน ต.ค.59 ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้จำนวนผู้โดยสารฟื้นตัวขึ้นแล้ว ทำให้เชื่อว่าจะผลักดันให้รายได้ปีนี้เติบโตได้ถึง 20%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ