(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้อ่อนตัวตามตปท. ราคาน้ำมันลดลงถ่วงตลาด,จับตาการประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 15, 2017 09:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะอ่อนตัวลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า ตามดัชนีดาวโจนส์ โดยตลาดฯต่างก็รอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ พร้อมคาดว่าหุ้นบิ๊กแคปจะยังอ่อนตัวลง

นอกจากนี้ ตลาดฯยังได้แรงถ่วงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงด้วย อย่างไรก็ดีให้จับตาหุ้นบมจ.กรุ๊ปลีส (GL) จะยืนได้หรือไม่ ถ้ายืนได้ก็อาจจะยังมีแรงเก็งกำไรกันอยู่

พร้อมให้แนวรับ 1,538-1,531 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (14 มี.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,837.37 จุด ลดลง 44.11 จุด (-0.21%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,856.82 จุด ลดลง 18.96 จุด (-0.32%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,365.45 จุด ลดลง 8.02 จุด (-0.34%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ ลดลง 80.75 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ ลดลง 3.93 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ ลดลง 122.88 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ลดลง 2.92 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ ลดลง 5.36 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ ลดลง 9.99 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ ลดลง 5.30 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (14 มี.ค.60) 1,543.15 จุด เพิ่มขึ้น 7.64 จุด (+0.50%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,991.45 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 มี.ค.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (14 มี.ค.60) ปิดที่ 47.72 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 68 เซนต์ หรือ 1.4%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 มี.ค.60) ที่ 5.74 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 35.29 คาดเคลื่อนไหวกรอบแคบที่ 35.25-35.33 รอดูผลประชุมเฟดคืนนี้
  • "แอนนา กอร์บาโช" เจ้าหน้าที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยภายหลังเดินทางมาประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2560 โดยมีความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป การใช้จ่ายภาครัฐจะมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการลงทุนเอกชนในระยะต่อไป
  • สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกปีนี้ไม่น่ากังวล คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โลกน่าจะเติบโตดีขึ้นจาก 2.3% ในปีที่แล้วเพิ่มเป็น 2.7% และเศรษฐกิจสหรัฐจาก 1.6% เพิ่มเป็น 2.2% ส่วนจีนอาจจะโตลดลงบ้างแต่ยังสูงที่ 6.2% จากการฟื้นตัวที่ดีขึ้นของโลก ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกปรับขึ้น โดยราคาน้ำมันคาดว่าจะปรับจาก 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปีที่แล้วเป็น 53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีนี้ ทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้น ดังนั้นอาจจะทำเห็นอัตราดอกเบี้ยไทยปรับขึ้นสัก 1 ครั้ง ที่ 0.25% ก็เป็นได้ จากเดิมที่คาดว่าไม่น่าจะขึ้นเลย
  • ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยมูลค่าจีดีพีเอสเอ็มอี ในปี 2559 สูงถึง 6.04 ล้านล้านบาท โดยขยายตัว 4.8% จากปี 2558 ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศที่ขยายตัว 3.2% และมีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 41.2% เป็น 42.1% จากปีก่อนหน้า โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 เอสเอ็มอีเติบโต 4.1% ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/2559 ที่ขยายตัว 5.0% เนื่องมาจากการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารที่ขยายตัวเพียง 4.8% เทียบกับในไตรมาสก่อนที่ขยายตัวได้ถึง 13.5%

*หุ้นเด่นวันนี้

  • HMPRO (ธนชาต) "ซื้อ"เป้า 11.4 บาท แม้ปรับคาดการณ์กำไรลง 1.4-6.0% จากการบริโภคในประเทศที่อ่อนแอ แต่ยังมองแนวโน้มธุรกิจ และกำไรยังเติบโตดี 15-17% ในปี 2560-2561 จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นจากผลของ economy of scale, การขยายสาขา Mega Home ขณะที่การเพิ่ม dividend payout ratio เป็น 80% ส่งผล yield เพิ่มเป็น 3% ปีนี้
  • KSL (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 8.30 บาท แม้ว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะอยู่ระดับต่ำกว่า 20 เซนต์/ปอนด์ มาเกือบ 2 สัปดาห์จากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่ทิศทางราคาน้ำตาลยังดูดี สดใสกว่าราคายาง ถั่วเหลือง และปาล์ม เพราะน้ำตาลโลกขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน KSL ใกล้ประกาศงบฯ 1Q60 (พ.ย.2559 – ม.ค.2560) ที่ยังไม่สดใสนักเพราะราคาขายบางส่วนยังเป็นราคาเก่าที่ยังไม่ได้ปรับขึ้น แต่แนวโน้มจะทยอยดีขึ้นในไตรมาสถัด ๆ ไป โดยยังคงคาดกำไรปกติปี 2560 (สิ้นสุดต.ค.2560) +167% Y-Y
  • SVI (เคทีบี) "ซื้อ"เป้า 6.60 บาท ฟื้นตัวเต็มที่ ต้อนรับปี 2560 เตรียมสร้างฐานใหม่ กลุ่มสินค้าใหม่ของ SVI เตรียมขยายตัวสู่ System Build เติบโตผ่าน SVI-EU โดย SVI เข้าสู่ภาวะปกติเริ่มต้นฐานใหม่สำหรับไตรมาส 1 คาดกำไรสุทธิ 1Q60 ประมาณ 160 – 180 ล้านบาท และรายได้ประมาณ 2,500 – 2,600 ล้านบาท พร้อมมองปี 2560 สดใสขึ้น ปรับประมาณการกำไรขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
  • PTTGC (โกลเบล็ก) เป้า 77 บาท คาดกำไรปี 2560 อยู่ที่ 2.68 หมื่นล้านบาท +5%YoY(มีแนวโน้มปรับประมาณการเพิ่ม) โดยได้รับผลบวกจากธุรกิจอะโรเมติกส์ที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปรับตัวขึ้นทั้ง PXและ BZ ที่ปรับตัวขึ้น 31% และ 31%YTD ตามลำดับ(PTTGC เป็นผู้ผลิตใหญ่สุดในกลุ่ม PTT) และธุรกิจโอเลฟินส์ที่ราคาผลิตภัณฑ์ HDPE LDPE และ LLDPE ปรับตัวตัวขึ้น 5% 10% และ 3% YTD ตามลำดับเนื่องจากน้ำมันดิบซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำราคาทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับปี 2559 แม้ว่าธุรกิจโรงกลั่นจะอ่อนตัวลงจากกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบปรับตัวลง และมี Upside จากการซื้อบริษัทจาก PTT คาดใช้เงินราว 2.6 หมื่นล้านบาทซื้อบริษัทสายพลาสติกจาก PTT 6 บริษัท (จะเริ่มรับโอนบริษัทช่วง ต.ค.60) ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรได้ราวปีละ 2.4 พันล้านบาท(ยังไม่ได้รวมในประมาณการ) พร้อมกันนี้เตรียมนำบริษัท GGC เข้าจดทะเบียนในตลาดปีนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ