(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์อิงแดนบวก รับผลบาทแข็งหนุนเงินไหลเข้า-Window Dressing

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 27, 2017 09:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวไซด์เวย์ ให้น้ำหนักทางแดนบวก แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยกเลิกการลงมติการนำร่างกฎหมาย
"อเมริกันเฮลธ์แคร์"มาใช้แทนกฎหมายประกันสุขภาพ "โอบามาแคร์" ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง แต่ข้อดีของกรณีดังกล่าวทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า ทำให้ Fund Flow จะยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติได้ซื้อสุทธิติดต่อกัน 6 วันทำการ

นอกจากนี้ยังให้น้ำหนักการทำราคาปิดสิ้นงวดบัญชี (Window Dressing) ค่อนข้างสูง เพราะเมื่อพิจารณาจากสถิติย้อนหลังจะพบว่าในไตรมาส 1 จะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการทำ Window Dressing ทำให้เชื่อว่าน่าจะยังคงเกิดขึ้นในไตรมาสนี้ด้วย อีกทั้งในช่วงก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้จัดงาน SET in the City 2017 ระหว่างวันที่ 23-26 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็น่าจะทำให้ยังมีเม็ดเงินจากฝั่งสถาบันเข้ามาลงทุนด้วยเช่นกัน

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยในวันนี้ จะมาจากกลุ่มพลังงาน หลังทิศทางราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และหุ้นกลุ่มสื่อสาร ที่วันนี้ผู้ประกอบการมือถือจะยื่นข้อเสนอแผนธุรกิจคลื่นความถี่ 2300 MHz ให้บมจ.ทีโอที เพื่อคัดเลือกเป็นพันธมิตร

พร้อมมองดัชนีหุ้นไทยมีแนวต้าน 1,580 และแนวรับ 1,565 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (24 มี.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,596.72 จุด ลดลง 59.86 จุด (-0.29%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,828.74 จุด เพิ่มขึ้น 11.05 จุด (+0.19%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,343.98 จุด ลดลง 1.98 จุด (-0.08%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 191.34 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 0.53 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 122.58 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 4.62 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 7.78 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 20.85 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.67 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 0.98 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (24 มี.ค.60) 1,573.51 จุด เพิ่มขึ้น 4.79 จุด (+0.31%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,554.09 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 มี.ค.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (24 มี.ค.60) ปิดที่ 47.97 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับขึ้น 27 เซนต์ หรือ 0.6%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (24 มี.ค.60) ที่ 6.22 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.49 แข็งค่าในรอบเกือบ 6 เดือนจากแรงขายดอลล์ หลังสหรัฐฯยกเลิกลงมติร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"
  • กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ) หรือ FIDF ออกรายงานประจำปี 59 ระบุว่า ในปีงบประมาณปี 60 มีภาระหนี้ FIDF ครบกำหนด 280,119 ล้านบาท ซึ่งจะมีภาระหนี้ครบกำหนดในวันเดียว 162,000 ล้านบาท ถือเป็นหนี้ครบกำหนดจำนวนสูงสุดตั้งแต่เริ่มจะไม่สามารถจัดหาสภาพคล่องรองรับได้เพียงพอ จึงวางแผนการทยอยสะสมสภาพคล่องด้วยการกำหนดแผนการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • รมว.คมนาคม คาดว่าภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ จะเสนอโครงการรถไฟเส้นทางใหม่ 2 เส้นทาง ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาคือ โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย- เชียงของ และโครงการรถไฟทางคู่เส้นทางบ้านไผ่-นครพนม ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ ยืนยันโครงการเป็นไปตามแผนและไม่ได้รับผลกระทบจากการทบทวนโครงการเหมือนกับ 5 โครงการรถไฟทางคู่ที่มีการทบทวนเงื่อนไขประกวดราคาหรือ TOR
  • นายกฯเร่งเดินหน้าอีอีซี นัดถกใหญ่ 5 เม.ย. ติดตามความคืบหน้า ขณะ "อุตตม" ชงขออนุมัติเร่งด่วน "อู่ตะเภา-ไฮสปีด" หวังผุด "เมืองการบินภาคตะวันออก" ระบุนักลงทุน ให้ความสนใจคึกคัก คาดกลางปีเห็นธุรกิจขนาดใหญ่ลงทุนจริง
  • อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานจะเริ่มปรับลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยาในเดือน เม.ย. 2560 เหลือวันละ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากที่ปัจจุบันระบายน้ำวันละ 48 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้สำหรับต้นฤดูฝน เนื่องจากนักวิชาการด้านสภาวะอากาศโลกคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มของเอลนินโญ หรือฝนน้อยตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.
  • "ทีโอที" เตรียมตั้งโต๊ะเปิดรับคู่ค้ายื่นข้อเสนอให้บริการคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ดีเดย์ 27 มีนาคมนี้ ค่ายมือถือปักธงสู้ไม่ถอยโดยเฉพาะ "ดีแทค" บอร์ดไฟเขียวยื่นเงื่อนไขแล้ว ด้าน "เอไอเอส-ทรู" ชิงเค้ก
*หุ้นเด่นวันนี้
  • APX กลับเข้าซื้อขายใน SET กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในวันนี้เป็นวันแรก หลังได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของการพ้นเหตุเพิกถอนหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แล้ว โดยราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2542 ที่ราคา 2.80 บาทต่อหุ้น อาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์ในปัจจุบัน ตลท.จึงกำหนดให้ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ของ APX ในวันที่ 27 มีนาคม 2560 ไม่มีราคาสูงสุดและต่ำสุด
  • MALEE (ไอร่า) แนะ"ซื้อ"ราคาเป้าหมาย 130 บาท ประเมินกำไรสุทธิในปี 60 ที่ 607 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อนหน้า หลังธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขายของ MALEE โดยในปี 59 ที่ผ่านมาโดยเฉพาะจากรับจ้างผลิตน้ำมะพร้าวเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากการที่ตลาดน้ำมะพร้าวโลกเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคงวางแผนในการรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ทางการตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ของบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ที่พร้อมออก 2 สินค้าใหม่ในปี 60 นี้ เพื่อดึงยอดขายที่ต่ำกว่าคาดในปี 59 ให้สูงขึ้น โดยคาดบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์จะสามารถ Breakeven ได้ในปี 62
  • ESSO (ธนชาต) แนะ"ซื้อ" ราคาพื้นฐาน 15.50 บาท top picks กลุ่มจากธุรกิจโรงกลั่นมี efficient ดีขึ้น และได้ประโยชน์จาก crude premium ของน้ำมันเบาที่ลดลงมากที่สุด ,ธุรกิจปั๊มน้ำมัน ที่มี market share ประมาณ 13% ได้ผลดีจากค่าการตลาดในระดับสูง , Valuation ถูกที่สุดในกลุ่มที่ PE 6x ขณะที่คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานปีนี้จะขยายตัว 60% และคาดล้างขาดทุนสะสมหมดในปีนี้ ด้วยกระแสเงินสดสูงคาดกลับมาจ่ายปันผล 5% ปีนี้ และ 10.2% ในปี 2561
  • TACC (ฟินันเซีย ไซรัส) แนะ"ซื้อ"ราคาพื้นฐาน 11.50 บาท มองแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/60 ดีต่อเนื่องเพราะเริ่มรับรู้รายได้จาก Jump start (Energy drink) ที่กัมพูชา ซึ่งทำยอดขายได้ดีตามเป้า ส่วนไตรมาส 2/60 จะรับรู้รายได้จาก Sawasdee เครื่องดื่มผงที่ขายในจีน ธุรกิจอื่นเติบโตตามการขยายร้าน 7-11 และการออกสินค้าใหม่ๆ ปัจจุบันมี PE 30 เท่า แต่เป็น PEG เพียง 0.4 เท่า จากกำไรที่คาดโตสูงถึง 68% Y-Y ในปีนี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ