ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดบวก 3.76 จุด เล็ง Fund Flow ไหลเข้าหลังมีปัจจัยเสี่ยงการเมืองในสหรัฐฯ-บราซิล/สัปดาห์หน้าคาดแกว่งไซด์เวย์-อัพ

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday May 19, 2017 17:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,549.64 จุด เพิ่มขึ้น 3.76 จุด (+0.24%) มูลค่าการซื้อขาย 34,179.90 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,552.23 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,545.23 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 580 หลักทรัพย์ ลดลง 460 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 463 หลักทรัพย์

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยืนในแดนบวกได้เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างอยู่ในแดนบวกกัน คาดว่าจะเป็นผลจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market/EM) ภายหลังจากมีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองทั้งในสหรัฐฯ และบราซิล

โดยทางสหรัฐฯ ความน่าเชื่อถือของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ลดน้อยลงไปหลังจากที่มีประเด็นการแทรกแซงกระบวนการของ FBI ซึ่งทำให้มองกันว่าการผลักดันมาตรการภาษี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะมีความล่าช้าได้ ส่วนทางบราซิล ทางประธานาธิบดีอาจะมีประเด็นเรื่องการติดสินบน ซึ่งมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยเฉพาะตัวของประเทศนั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทย และ Sentiment ลบที่เกิดขึ้นก็ไม่มีนัยยะสำคัญกับบ้านเรา

แต่หากมองอีกมุมจะเห็นได้ว่า ถ้าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง อันเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นใน"ทรัมป์"ที่ลดลง ทางฝั่งตลาดเกิดใหม่จะมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากคงจะมีการโยกเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในตลาดเกิดใหม่มากขึ้น เพื่อหลีกหนีปัจจัยเสี่ยง อย่างบราซิล จะมีน้ำหนักในตระกร้า MSCI EM มาก โดยล่าสุดติดอันดับที่ 5 ของ MSCI EM มีกว่า 7% ซึ่งถ้าผู้จัดการกองทุนที่อิงตัวนี้อยู่ และมองความเสี่ยงการเมืองเป็นเรื่องน่ากลัว ก็อาจโยกเงินไปที่ตลาดอื่นใน MSCI EM ซึ่งไทยเราก็อยู่ใน MSCI EM ด้วย ในสัดส่วน 2-3%

สำหรับสัปดาห์หน้าให้ติดตามการประชุมของกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ซึ่งก็เชื่อว่าจะขยายระยะเวลาในการลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้ทิศทางราคน้ำมันอย่างน้อยก็ยืนในระดับที่ดีไปได้จนถึงวันประชุม ซึ่งก็จะช่วยพยุงตลาดฯได้ หลังจากนั้นก็อาจเกิด Sell on fact ได้

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายณัฐชาต กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway up ในช่วงต้นสัปดาห์ พร้อมให้แนวรับ 1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

BDMS มูลค่าการซื้อขาย 2,081.56 ล้านบาท ปิดที่ 18.20 บาท ลดลง 0.40 บาท

BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,373.05 ล้านบาท ปิดที่ 17.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,064.42 ล้านบาท ปิดที่ 187.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,061.00 ล้านบาท ปิดที่ 393.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

SUPER มูลค่าการซื้อขาย 955.61 ล้านบาท ปิดที่ 1.67 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ