(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ฟื้นตัว เล็งเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์หุ้น PTT-PTTEP หลังปรับตัวลงมากเกินไปวานนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday June 6, 2017 09:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้น่าจะปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้ ที่โดนหุ้น บมจ.ปตท.(PTT) และบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ถ่วงตลาดฯ โดยมองว่าวันนี้น่าจะเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ เนื่องจากราคาหุ้นทั้งสองตัวปรับตัวลงมากเกินไป แม้ว่าจะได้รับกระทบจากการหยุดผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ ส.ป.ก.ของโครงการ S1 ทั้งนี้ ประเมินว่าหาก PTTEP ต้องหยุดผลิตในพื้นที่ดังกล่าวจนถึงครึ่งแรกปีหน้าก็น่าจะกระทบต่อราคาหุ้นของทั้ง PTT และ PTTEP ราว 4 บาท/หุ้นหากพิจารณาจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ แต่ราคาหุ้น PTT วานนี้ปรับตัวลงไปถึง 8 บาท จึงมองว่าเป็นการปรับตัวลงมากไป

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ติดลบเล็กน้อย โดยต่างรอดูการเลือกตั้งในอังกฤษที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นวันเดียวกัน

พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,565-1,573 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (5 มิ.ย.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,184.04 จุด ลดลง 22.25 จุด (-0.10%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,295.68 จุด ลดลง 10.11 จุด (-0.16%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,436.10 จุด ลดลง 2.97 จุด (-0.12%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 48.56 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 7.12 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 43.46 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 13.67 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 0.80 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.46 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 17.82 จุด

ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Memorial Day

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (5 มิ.ย.60) 1,566.85 จุด ลดลง 0.75 จุด (-0.05%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 493.68 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (5 มิ.ย.60) ปิดที่ 47.40 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 26 เซนต์ หรือ 0.6%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 มิ.ย.60) ที่ 6.35 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.01/03 แนวโน้มแข็งค่า มองกรอบ 33.95-34.04 ตลาดรอผลประชุม FOMC กลางเดือนนี้
  • "แบงก์ชาติ" รื้อกฎระเบียบคุมแลกเปลี่ยนเงินตรา เอื้อภาคเอกชนทำธุรกิจคล่องตัวขึ้น เน้น 4 เรื่องหลัก ทั้งลดขั้นตอนเอกสาร ผ่อนคลายหลักเกณฑ์บริหารเสี่ยง เพิ่มทางเลือกการทำธุรกรรม หนุนใช้เงินสกุลท้องถิ่น เชื่อลดต้นทุนเอกชนได้กว่า 1 พันล้านต่อปี ขณะเงินบาทแข็งค่าสวนทันที ด้าน ผู้บริหาร ธปท.ย้ำการเคลื่อนไหวสอดคล้องภูมิภาค
  • "บีโอไอ"เดินสายค่ายรถยนต์ในประเทศ ต่างประเทศ ดึงผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย คาดในปีนี้ค่ายรถจะเร่งเข้ามาขอส่งเสริมผลิตรถยนต์ไฮบริด ส่วนปี 2561 จึงจะเข้ามาขอผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ขณะภาคเอกชนเรียกร้องรัฐอุดหนุนงบ หวังดึงราคาต่ำล้านบาทสร้างตลาดในประเทศ จับตาคู่แข่งสำคัญ"จีน-มาเลเซีย"อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเริ่มขยับ หลังจากรัฐบาลประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยยอดขอส่งเสริมการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือประเด็นการค้าการลงทุนระหว่างวันที่ 5-8 มิ.ย.ทางญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอให้ไทยศึกษาขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองให้ไปสิ้นสุดถึงสถานีพระนครศรีอยุธยาจากเดิมโครงการเชื่อมเพียงสนามบินอู่ตะเภา-สนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินดอนเมือง และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
  • คณะกรรมการบริหารกิจการ รฟท.เตรียมพิจารณาขยายระยะเวลาการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 พร้อมจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้รับเหมาอีก 800-900 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า
  • สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.คาดว่าในปี 2560 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรหรือจีดีพีภาคเกษตร จะขยายตัวได้ถึง 3% จากช่วงต้นปีที่คาดว่าจะขยายตัว 2.5-3% ทั้งนี้ เนื่องจากดัชนีราคาผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้นเกือบ ทุกตัว โดยช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) สินค้ามีมูลค่า 5.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 มีมูลค่า 5.58 แสนล้านบาท
  • แหล่งข่าวจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงมหาดไทยออกประกาศ 2 ฉบับเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลสามารถโอนอสังหาฯ หรือห้องชุดเพื่อชำระค่าหุ้นให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2559-31 ธ.ค. 2560 มองกันว่าเป็นการเปิดช่องเลี่ยงภาษีเนื่องจากเสียค่าโอนเพียง 0.01% เท่านั้น

*หุ้นเด่นวันนี้

  • BCH (ธนชาต) "ซื้อ"เป้า 14.8 บาท แม้มีมุมมองเป็น "ลบ" ต่อกลุ่มโรงพยาบาล แต่ BCH ทำได้ดีกว่ากลุ่มจาก 1) ผลดีจากโครงการตรวจสุขภาพประกันสังคม 2) WMC มีผลการดำเนินงานดีขึ้น และ 3) โรงพยาบาล 4 แห่งจะปรับปรุงเสร็จใน 3Q60 หนุนกำไร 2H60
  • SAPPE (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 28 บาท แนวโน้มผลประกอบการจะค่อย ๆ ฟื้นตัวใน Q2/60 หลังเปลี่ยน Distributor ในประเทศแล้วเสร็จ ส่วนตลาดต่างประเทศ ลูกค้าอินโดนีเซียกลับมา Stock สินค้าหลังผ่านช่วงน้ำท่วม และในช่วง H2/60 จะมีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง แต่จากผลกำไรที่อ่อนแอใน Q1/60 โดยได้ปรับลดกำไรสุทธิปี 60 ลง 15% เป็น -9.5% Y-Y (เดิมคาด +6.3% Y-Y) หากไม่รวมกำไรพิเศษขายเงินลงทุนในปีก่อน คาดกำไรปกติปีนี้ -1.6% Y-Y (เดิมคาด +15.6% Y-Y) แต่มี upside ที่มากกว่า 10%
  • PTTEP (ไอร่า) "ซื้อ"เป้า 95 บาท คาดผลการดำเนินงานปกติมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น จากการลดปริมาณการผลิตของประเทศในกลุ่มโอเปกและนอกโอเปก ในขณะที่การขายน้ำมันในปี 60 ไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วประมาณ 30% ของการผลิตน้ำมันทั้งหมด ส่วนการแจ้งหยุดผลิตแหล่งปิโตรเลียม S1 เฉพาะส่วนที่อยู่ในพื้นที่ สปก.ตามคำสั่งของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนระเบียบเรื่องการให้ความยินยอมนำทรัพยากรธรรมชาติในเขต สปก. ไปใช้ตามกฎหมายอื่น ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตของ PTTEP ประมาณ 18,000 บาร์เรลต่อวันคิดเป็น 5.9% ของการผลิตทั้งหมด
  • NDR (เออีซี) "ซื้อ"เป้า 5.15 บาท มองบวกต่อการเติบโดยมีปัจจัยหนุน ดังนี้ 1) อุปสงค์รถจักรยานยนต์ใหม่หนุนคำสั่งซื้อทั้งยางนอกและยางในเพิ่มขึ้น 2) คำสั่งซื้อสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อลดอุบัติเหตุจากลมยางรั่ว ทั้งสินค้ายางนอกชนิดที่ไม่ต้องใช้ยางใน (Tubeless) และสินค้าแผ่นซีล (Air Lock) 3) แผนแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้ายางอะไหล่ (ตลาด REM) ด้วยกลยุทธ์ Fighting Brand และ 4) แนวโน้มสดใสของลูกค้า OEM ที่อินเดีย ด้วยการเพิ่มจำนวนสินค้าปีนี้เป็น 3 Model จากปี 59 ที่มีเพียง 1 Model ส่งผลให้เรายังคงประมาณการเดิม โดยคาดปี 60 NDR จะมีกำไรสุทธิ 63.0 ล้านบาท เติบโต 11.7%YoY และคาดให้ Div. Yield ปีนี้ 2.3%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ