(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์หลังราคาน้ำมันยังอ่อนตัว, จับตา Bond yield-เงินดอลลาร์สหรัฐฯที่เริ่มฟื้นขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday June 16, 2017 09:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ ดัชนีฯเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบไม่มาก เนื่องจากราคาน้ำมันยังอ่อนตัวลงเมื่อวานนี้ลงมาต่ำสุดในรอบ 7 เดือน อีกทั้ง Bond yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น ซึ่งผลการฟื้นตัวมาจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาระบุว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ และจะปรับลดขนาดงบดุล ซึ่งได้มีการดำเนินการอย่างเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้มีผลต่อกระแสเงินทุน (Fund Flow)

ทั้งนี้ หากเงินดอลลร์สหรัฐฯแข็งค่า และ Bond yield ขยับขึ้น ก็อาจจะทำให้ Fund Flow ไหลออกได้ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบราว 0.1% พร้อมให้แนวรับ 1,570 ถัดไป 1,565-1,566 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,580 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (15 มิ.ย.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,359.90 จุด ลดลง 14.66 จุด (-0.07%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,165.50 จุด ลดลง 29.39 จุด (-0.47%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,432.46 จุด ลดลง 5.46 จุด (-0.22%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 99.33 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 6.12 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 36.47 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 9.66 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 2.55 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.09 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.30 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 2.55 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (15 มิ.ย.60) 1,573.53 จุด ลดลง 3.47 จุด (-0.22%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 212.92 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (15 มิ.ย.60) ปิดที่ 44.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 27 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (15 มิ.ย.60) ที่ 6.86 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.95 คาดวันนี้แกว่งในกรอบ 33.90-34.05 รอปัจจัยใหม่กำหนดทิศทาง
  • ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยปีนี้ คาดจะมีอัตราการเติบโตทรงตัวจากปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มใหม่ตามปริมาณน้ำตาล เพราะหลังจากภาครัฐประกาศจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือภาษี น้ำหวานวันที่ 16 ก.ย.นี้ ผู้บริโภคจะเกิดอาการช็อก เนื่องจากเกรงว่าราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้น จึงทำให้ชะลอการซื้อไป 3-6 เดือน
  • ฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลกได้ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยที่ระดับ "BBB+" แนวโน้มมีเสถียรภาพ อันดับเครดิตตราสารหนี้สกุลเงินในประเทศที่ไม่มีหลักประกันของไทยยังคงเป็น "BBB+" อันดับเครดิตสากลระยะสั้นและสกุลเงินระยะสั้นคงไว้ที่ระดับ F2
  • กกพ.เผยผลโซลาร์ฟาร์ม ราชการ-สหกรณ์ เฟส 2 คุณสมบัติผ่าน 639 ราย 3,119.34 เมกะวัตต์ แย้มตกรอบแรก 81 ราย ประกาศเตรียมจับสลาก 26 มิ.ย.นี้
  • กระทรวงดีอีเร่ง "ปณท" ปั้นโลจิสติกส์ฮับ รับแผนอีอีซี เล็งขยายเป็นศูนย์กระจายสินค้า หวังเป็นเขตปลอดภาษีนำเข้า-ส่งออกประเทศที่ 3 หารือศุลกากรปลดล็อกกฎหมาย คาด 23 มิ.ย.นี้ เข้าบอร์ดพิจารณา พร้อมร่นยุทธศาสตร์องค์กรแผนเร่งด่วน 3 ปี หวังสู่ไปรษณีย์ 4.0 ปี 2563

*หุ้นเด่นวันนี้

  • FER-W3 (ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบมจ.เฟอร์รั่ม (FER)) เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน 770,887,124 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ :1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 0.50 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 9 เดือน นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (ตั้งแต่วันออกใบสำคัญแสดงสิทธิในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 จนถึงวันครบกำหนดอายุใบสำคัญแสดงสิทธิในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561) ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 30 มิ.ย. 2560 ส่วนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 23 ก.พ. 2561
  • 2S-W1 (ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบมจ.2 เอส เมทัล (2S) เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน 99,999,371 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 7.50 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันที่ 31 พฤษภาคม 2560) ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 30 พ.ย. 2560 ส่วนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 30 พ.ค. 2562
  • STEC (ยูโอบี เคย์เฮียน) ราคาวัสดุก่อสร้างเริ่มปรับลดลง ขณะที่การประมูลโครงการใหม่ ๆ กลับมาเดินหน้า ล่าสุดเข้ายื่นซองงานรถไฟทางคู่นครปฐม-หัวหิน 1.58 หมื่นล้านบาท โดย STEC เป็นรับเหมาที่มีแนวโน้มกำไรค่อนข้างชัดเจนเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น
  • ASAP (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 8.20 บาท คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 127%Y-Y จากการขยายกองรถเป็น 1.1 หมื่นคันจาก 7.5 พันคันในปีก่อน และโตต่ออีก 70%Y-Y ในปี 2561 จากการเปิด ASAP Auto Parking เพื่อเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจขายรถมือสอง ก่อนจะกลับมาโตตามปกติที่ 20% ต่อปีในปี 2562-2564
  • EA (ธนชาต) "ซื้อ"ปรับเป้าเป็น 43 บาท กำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มหนุนกำไรเติบโต 39-12% ปี 2560-2561, ธุรกิจ Energy storage phase I ขนาด 1GWh จะเริ่ม COD สิ้นปี 2561 จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรเติบโตในระยะยาว (ยังไม่รวม ES phase II) และโอกาสเพิ่มน้ำหนักใน SET50 และ FTSE SET หนุน fund flow ระยะสั้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ