(เพิ่มเติม) BEM คาดจำนวนผู้โดยสารปี 62-63 โตก้าวกระโดดแตะ 5 แสนเที่ยว/วัน,กำไรเพิ่มราวปีละ 400 ลบ.หลังเดินรถไฟฟ้าสีม่วง

ข่าวหุ้น-การเงิน 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560 17:49 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) คาดว่าจำนวนผู้โดยสารในช่วงปี 62-63 จะเติบโตก้าวกระโดดแตะระดับ 5 แสนเที่ยว/วัน จากปีนี้ที่คาดอยู่ระดับ 3 แสนเที่ยว/วัน ขณะที่จะมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านบาท/ปี จากการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนส.ค.59 อีกทั้งค่าเสื่อมราคาลดลง หลังได้รับการขยายเวลาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ ของ BEM กล่าวว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำหนดจะเปิดเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงที่ 1 จำนวน 1 สถานี จากสถานีบางซื่อ ไปสถานีเตาปูน ในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ซึ่งจะใช้สถานีเตาปูนเป็นสถานีร่วม โดยจะเดินรถไปจอดชั้นล่างระดับดินในสถานีเตาปูน และสามารถขึ้นไปต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้โดยไม่ต้องออกจากระบบ

กรณีดังกล่าวทำให้คาดว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเข้าระบบสายสีน้ำเงิน ประมาณ 1.5 หมื่นเที่ยว/วัน หรือครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีจำนวน 3 หมื่นเที่ยว/วัน และจะช่วยผลักดันให้จำนวนผู้โดยสารปีนี้เติบโตราว 5% เพิ่มเป็น 3 แสนเที่ยว/วัน จาก 2.8 แสนเที่ยว/วันในปีก่อน โดยบางช่วงจำนวนผู้โดยสารได้ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 3.5 แสนเที่ยว/วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีจำนวนผู้โดยสารเป็นจำนวนมากในวันศุกร์

นอกจากนี้ในปี 61 จะเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว เหนือ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ก็คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารจากสายสีเขียว เหนือ เข้าระบบสายสีน้ำเงินอย่างน้อย 1.5 หมื่นเที่ยว/วัน และในปี 62 จะเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง โดยบริษัทประเมินจะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มเข้ามาในระบบอีกว่า 1 แสนเที่ยว/วัน แต่เนื่องจากจะเปิดเดินรถจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.ย. 62 ก็จะทำให้ยังมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากนัก และจะเห็นผลได้ชัดเจนในปี 63 ที่เปิดบริการเต็มปี ประกอบกับในปี 63 จะเปิดเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงที่ 3 คือช่วงเตาปูน-ท่าพระ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเข้ามาในระบบอีกกว่า 1 แสนเที่ยว/วัน ทำให้คาดว่าในปี 63 จะมีจำนวนผู้โดยสารโตขึ้นมากหรือมากกว่า 30% หรือกว่า 5 แสนเที่ยว/วัน

ขณะที่การเปิดเดินรถไฟฟ้าเส้นทางอื่น เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนสนับสนุนการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารด้วย

"จากนี้ไปจะมีการเปิดเดินรถไฟฟ้าทุกปี จากที่เรามี Normal Growth อยู่แล้ว 5% จากที่มีคอนโดฯ ออฟฟิศ ศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า จากตรงนี้ ผู้โดยสารเราก็จะเติบโตก้าวกระโดด เป็น Upside ต่อไป "นายสมบัติ กล่าว

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ฐานกำไรของบริษัทจะปรับขึ้นมาอีกปีละ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง และจากค่าใช้จ่ายในส่วนค่าเสื่อมราคาที่ลดลง 200 ล้านบาทนั้น ก็จะกลับมาเป็นกำไร จากการขยายเวลาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเดิมสัญญาเดินรถช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ จะหมดสัญญาในปี 72 ได้ขยายไปถึงปี 93 ให้สอดคล้องการเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย

ส่วนรายได้ธุรกิจรถไฟฟ้าในปีนี้ก็จะเติบโตราว 10% มาที่ 4.5 พันล้านบาท โดยเพิ่มจากการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้เต็มปี 1.8 พันล้านบาท และรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์อีก 300 ล้านบาท และมีรายได้จากการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในเส้นทางปัจจุบันราว 2.3-2.4 พันล้านบาท

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า บริษัทได้สั่งซื้อรถไฟฟ้าจากซีเมนส์ จำนวน 35 ขบวน ๆ ละ 3 ตู้ วงเงินลงทุนราว 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะทำให้บริษัทมีรถไฟฟ้าเพิ่มเป็น 54 ขบวน จาก 19 ขบวนในปัจจุบัน

นอกจากนี้การที่บริษัทได้ขยายงานเดินรถไฟฟ้าจะเป็นประโยชน์ต่อบมจ.ช.การช่าง (CK) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ด้วย โดยคาดว่า CK มีโอกาสสูงที่จะได้รับงานซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า หลังจากที่ CK มีบุคคลากรเชี่ยวชาญด้านนี้มากขึ้น โดยคาดว่ามูลค่างานจะสูงเป็นหลักหมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทได้จ้างบริษัทอื่นเป็นผู้ซ่อมบำรุง ขณะที่หากจ้าง CK ในงานซ่อมบำรุงก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเป็นผู้วางระบบงานเดินรถให้ BEM


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ