โบรกเกอร์ แนะ"ซื้อ"KCAR คาดกำไรปีนี้โตจากธุรกิจรถมือสองฟื้นในรอบ 5 ปี,ขยายฐานลูกค้ารถเช่าหนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 16:06 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ แนะนำ"ซื้อ" หุ้น บมจ.กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR) จากธุรกิจรถยนต์ให้เช่า และธุรกิจขายรถยนต์มือสองที่มีทิศทางการเติบโตที่ดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งจะผลักดันผลการดำเนินงานทั้งปี 60 ยังเติบโตได้ในระดับที่ดี สำหรับธุรกิจรถยนต์ให้เช่าคาดว่าจะมีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่าเพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้า แต่ธุรกิจนี้ยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม KCAR นับเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดที่ครบวงจร ทำให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการเป็นลำดับต้น ๆ ทั้งนี้ ในแง่ของกำไรสุทธิปีนี้มองว่าจะทรงตัวจากปีก่อนที่ 330.60 ล้านบาท เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากธุรกิจรถยนต์ให้เช่าที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์ให้เช่าลดลงมาอยู่ที่ 20.9% จากปีก่อนที่ 21.7%

ส่วนธุรกิจขายรถยนต์มือสองนั้น คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์ที่ขายได้เพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากที่ครึ่งปีแรกมียอดขายรถยนต์มือสองราว 1,000-1,100 คัน ประกอบกับ จะเปิดศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสอง ร่วมกับโตโยต้าชัวร์บนถนนกาญจนาภิเษกในช่วงเดือน พ.ย.นี้ อีกทั้งราคารถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้น 10-15% ในปีนี้ ก็จะช่วยหนุนผลการดำเนินของธุรกิจขายรถยนต์สองให้โดดเด่นในปีนี้ และเป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี ผลักดันภาพรวมผลการดำเนินงานของ KCAR ในปีนี้ให้เติบโต

ขณะเดียวกัน KCAR ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดีราว 6-7%

หุ้น KCAR ช่วงบ่ายอยู่ที่ 15 บาท ลดลง 0.10 บาท (-0.66%) ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 0.04%

          โบรกเกอร์                    คำแนะนำ                ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          ฟิลลิป (ประเทศไทย)              ซื้อ                       18.90
          เอเซีย พลัส                     ซื้อ                       17.60
          เคทีบี (ประเทศไทย)              ซื้อ                       17.20
          ฟินันเซีย ไซรัส                   ซื้อ                       17.00

นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ"ซื้อ" KCAR ราคาเป้าหมาย 17.20 บาท/หุ้น จากแนวโน้มรายได้ของธุรกิจรถยนต์ให้เช่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากการขยายฐานลูกค้ารถยนต์เช่าที่เป็นกลุ่มลูกค้าองค์กร การเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภาครัฐให้เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มรายได้ค่าเช่าต่อคันอาจปรับลดลงจากการแข่งขันด้านราคา ซึ่งมองว่าการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นสามารถเข้ามาชดเชยรายได้ค่าเช่าต่อคันที่ลดลงได้

อีกทั้ง KCAR ยังลงทุนเพิ่มจำนวนรถยนต์เพื่อให้สามารถรองรับการเพิ่มจำนวนฐานลูกค้าและให้บริการได้เป็นอย่างดี โดยคาดปีนี้จะมีรถยนต์ให้เช่าเพิ่มเป็น 8,349 คัน จากปีก่อน 8,226 คัน และมีรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 5.7% จากระดับ 1.2 พันล้านบาทในปีก่อน โดยมองว่ารายได้ค่าเช่ารถยนต์ในครึ่งปีแรกทำได้ 50% ของประมาณการ

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของอัตรากำไรขั้นต้นของ KCAR ปีนี้คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 31.9% จากปีก่อนที่ 33.8% จากการกระตุ้นยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 16.1% มาอยู่ที่กว่า 930 ล้านบาท อีกทั้งราคารถยนต์มือสองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการเริ่มทยอยสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก ส่งผลให้ราคาขายรถยนต์มือสองปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันคาดว่า KCAR จะจำหน่ายรถยนต์ที่ครบกำหนดสัญญาเช่าในปีนี้ที่ 1,670 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1,460 คัน

ทั้งนี้ จากการขยายตัวของทั้ง 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจรถยนต์ให้เช่า และการขายรถยนต์มือสอง จะส่งผลให้กำไรสุทธิของ KCAR เติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเติบโตมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 60 จะอยู่ที่ 343 ล้านบาท หรือเติบโต 3.6% จากปีก่อน อีกทั้ง KCAR ยังมีความน่าสนใจในแง่ของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 6-7% ต่อปีด้วย

นางสาวศศิกร เจริญสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ"ซื้อ" KCAR ราคาเป้าหมาย 18.90 บาท/หุ้น จากแนวโน้มของธุรกิจรถยนต์ให้เช่ายังมีทิศทางที่ดี เนื่องจากยังมีความต้องการใช้รถยนต์ให้เช่าของผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่ง KCAR นับว่าเป็นผู้ประกอบการรถยนต์ให้เช่ารายใหญ่และครบวงจร คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจรถยนต์ให้เช่ายังเติบโตได้ดี ผลักดันให้รายได้จากธุรกิจรถยนต์ให้เช่าช่วงครึ่งปีหลังสูงขึ้นกว่าครึ่งปีแรกที่คาดว่าอยู่ที่ราว 6 พันล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์ให่เช่าใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 8,200 คัน

ส่วนธุรกิจขายรถยนต์มือสอง คาดว่าสต็อกรถยนต์มือสองที่รอขายจะมีจำนวนลดลง หลังจากที่ขายไปมากแล้วในช่วงไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา ซึ่งมากที่สุดกว่า 700 คัน และในไตรมาส 2/60 คาดว่าจะมีการขายรถยนต์มือสองออกไปอีกประมาณ 300 คัน ทำให้ครึ่งปีแรกมีจำนวนรถยนต์มือสองที่ขายไปรวม 1,000 คัน โดยการที่สต็อกรถยนต์มือสองซึ่งเป็นรถยนต์ที่เคยให้บริการรถยนต์เช่านั้น จะช่วยให้การขายรถยนต์ของโตโยต้าชัวร์ สามารถกลับมาเน้นเพิ่มยอดขายรถยนต์มือสองอื่นๆ จากเดิมให้ความสำคัญต่อรถยนต์มือสองซึ่งเป็นรถยนต์เช่าของ KCAR ก่อน นอกจากนี้ การขยายสาขาใหม่ของโตโยต้าชัวร์ บนถนนกาญจนาภิเษกภายในเดือน พ.ย.นี้ จะสนับสนุนให้การขายรถยนต์มือสองเพิ่มขึ้น

นางสาวสุนันทา วสะภิญโญกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ"ซื้อ"KCAR ราคาเป้าหมาย 17 บาท/หุ้น จากการฟื้นกลับมาของธุรกิจขายรถยนต์มือสองที่จะช่วยผลักดันผลการดำเนินในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีรถยนต์มืสองที่พร้อมขายเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 คัน จากปีก่อน 1,460 คัน และการขายรถยนต์มือสองผ่านโตโยต้าชัวร์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 800 คันใกล้เคียงปีก่อน

ในช่วงครึ่งปีแรกมีจำนวนรถยนต์มือสองที่ขายได้แล้วราว 1,100 คัน และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะขายได้เพิ่มอีก 1,300-1,400 คัน ทำให้ทั้งปีนี้จะสามารถขายรถยนต์มือสองรวม 2,400-2,500 คัน หรือเพิ่มขึ้นราว 6% จากปีก่อน และแนวโน้มราคาขายรถยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้น 10-15% ในปีนี้เป็นปัจจัยหนุนต่อธุรกิจ โดยคาดว่าจะเห็นรายได้ของธุรกิจขายรถยนต์มือสองดีที่สุดในรอบ 5 ปี ในปีนี้อยู่ที่ 920 ล้านบาท

ด้านธุรกิจรถยนต์ให้เช่ามองว่ายังมีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการที่ KCAR เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้มีโอกาสค่อนข้างมากที่ลูกค้าจะให้ความสนใจเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรถยนต์ให้เช่ายังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการรายอื่นในตลาด ทำให้กดดันราคาค่าเช่าต่อคัน และกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์ให้เช่าในปีนี้ลดลงเป็น 20% จากปีก่อนที่ 21% แต่มองว่ารายได้ของธุรกิจรถยนต์ให้เช่ายังเป็นรายได้ที่สร้างความมั่นคงให้กับกระแสเงินสดได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ มองว่าแนวโน้มผลการดำเนินของ KCAR ในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากธุรกิจขายรถยนต์มือสองที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุนหลัก และมีการขยายฐานลูกค้าของธุรกิจรถยนต์ไห้เช่าเข้ามาเสริม ขณะที่กำไรสุทธิในปีนี้ยังมองว่าเติบโต 7.35% มาอยู่ที่ 355 ล้านบาท และหุ้น KCAR ยังมีความน่าสนใจในแง่ของอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีที่ 6-7% ต่อปี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ