โบรกฯเชียร์"ซื้อ"AOT คาดรายได้เพิ่มจากเปิดประมูลสัมปทานในสุวรรณภูมิปลายปีนี้-ต้นปี 61,ท่องเที่ยวฟื้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 13, 2017 14:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ เห็นพ้อง"ซื้อ"หุ้นบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) รับแรงหนุนจากการจะเปิดประมูลสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงปลายปีนี้-ต้นปี 61 หลังสัมปทานเก่ากำลังจะหมดลงในเดือนก.ย.63 โดยคาดว่าจะได้ราคาที่ดีขึ้นจากการประมูลในครั้งนี้ เพราะมีหลายรายให้ความสนใจทั้งรายใหม่และรายเก่าอย่าง"คิงพาวเวอร์"ที่คงจะไม่ปล่อยให้หลุดมือ ทำให้คาดว่าจะสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้ AOT ในอนาคต

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้นทำให้ AOT ได้ประโยชน์ไปด้วย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทำให้ต้องมีการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และมีแผนขยายในเฟส 3 และ 4 ในช่วง 5 ปีข้างหน้าด้วย

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 59/60 สิ้นสุดเดือน ก.ย.60 คาดว่าจะมีกำไรอยู่ในช่วง 2.08-2.16 หมื่นล้านบาท เติบโต จากปี 58/59 ที่มีกำไรสุทธิ 1.96 หมื่นล้านบาท และในปี 60/61 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.36-2.5 หมื่นล้านบาท จากการท่องเที่ยวที่เติบโตดี และการรับรู้รายได้เต็มที่จากพื้นที่เชิงพาณิชย์สำหรับอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินดอนเมือง

ราคาหุ้น AOT พักเที่ยงอยู่ที่ 57.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.88% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ปรับขึ้น 0.45%

          โบรกเกอร์                    คำแนะนำ          ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          เคจีไอ (ประเทศไทย)             ซื้อ                 62.70
          บัวหลวง                        ซื้อ                 60.00
          เอเชีย เวลท์                    ซื้อ                 59.00
          เอเอสแอล                      เก็งกำไร            58.00
          ทรีนีตี้                          ซื้อเมื่ออ่อนตัว         52.50

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาหุ้น AOT ปรับตัวขึ้นมาตอบรับการเปิดประมูลสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงปลายปี 60-ต้นปี 61 ก่อนสัมปทานที่"คิงพาวเวอร์"ได้รับอยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุในเดือนก.ย.63 ซึ่งการเปิดให้ประมูลพื้นที่ล่วงหน้าเพราะต้องการจะให้ผู้ที่ชนะมีเวลาในการเตรียมตัว คาดว่าการประมูลครั้งนี้จะได้ราคาที่ดี เพราะมีผู้ประกอบการหลายรายที่สนใจ และเชื่อว่า"คิงพาวเวอร์"คงจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปด้วย ซึ่งก็จะสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้ AOT

ทั้งนี้ AOT มีรายได้จากสองส่วน เป็นส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการบิน ซึ่งปัจจุบันรายได้ส่วนนี้จะสูงกว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินไม่มาก แต่ในอนาคตมีโอกาสที่รายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินจะสูงขึ้นอีก

นอกจากนี้การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้นทำให้ AOT ได้ประโยชน์ไปด้วย โดยปี 60 คาดว่ายอดนักท่องเที่ยวจะเติบโต 11% จากปี 59 และในปี 61 คาดว่าจะยอดนักท่องเที่ยวจะเติบโต 12% จากปี 60

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิของ AOT ในปี 59/60 ซึ่งจะปิดงบการเงินในเดือนก.ย.นี้ คาดว่าจะมีกำไร 2.08 หมื่นล้านบาท เติบโต 7% จากปี 58/59 และในปี 60/61 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโต 13% มาที่ 2.36 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการท่องเที่ยวเติบโตดี และจะรับรู้รายได้เต็มที่ของการเปิดใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ของสนามบินดอนเมือง

ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ AOT ในปี 59/60 และปี 60/61 ขึ้นอีก 2.4-3.8% เป็น 2.16 หมื่นล้านบาท และ 2.42 หมื่นล้านบาทตามลำดับ โดยประเมินว่า AOT ยังมี Upside อีกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ของสนามบินดอนเมือง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประมูลสัญญาร้านค้าปลอดภาษี และการให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก ที่สนามบินสุวรรณภูมิครั้งใหม่ในช่วงปลายปี 60 หรือต้นปี 61 ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป

ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิของ AOT ในไตรมาส 4 ของปี 59/60 (ก.ค.-ก.ย.60) อยู่ที่ระดับ 4.69 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวขึ้นจาก 535,550 คนในเดือนธ.ค.59 มาเป็น 937,903 คนในเดือนก.ค.60

นอกจากนี้ยังมี Upside จากการเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกสำหรับในระยะต่อไป โดยคาดว่า AOT ยังจะเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 ตั้งเป้าจะเพิ่มความสามารถในการให้บริการผู้โดยสารเป็น 181 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า จาก 83.5 ล้านคนในปี 59

นอกจากนี้ยังประเมินว่า AOT ยังมี Upside อีกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยปีละ 269 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำที่มีการประมูล จากการใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ของสนามบินดอนเมือง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจะเปิดประมูลสัญญาร้านค้าปลอดภาษีและการให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก ทั้งพื้นที่ให้บริการเดิม และโครงการใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มอีกปีละ 1 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าทั้งสองปัจจัยจะทำให้ AOT มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกราว 1.3- 2.8 พันล้านบาท/ปี

ส่วน บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า AOT เป็นหุ้น Core Port ที่ต้องมีติดพอร์ตไว้ ในลักษณะ Dollar Cost Average (เฉลี่ยการซื้อเท่ากันทุกเดือน) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิในปี 60/61 เท่ากับ 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 59/60 โดยมีแนวโน้มธุรกิจที่สดใสจาก จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินอยู่ในภาวะ Overcapacity ทำให้ AOT หาทางขยายสนามบินเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวให้พอเพียง ปัจจุบันกำลังขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และมีแผนขยายในเฟส 3 และ 4 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ กรณีค่าเช่าที่ดินราชพัสดุปัจจุบันก็ได้ข้อสรุปครบถ้วนแล้ว โดยค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 500 ล้านบาท จากเดิม 1,500 ล้านบาท เป็นต้นทุนที่เพิ่มอย่างไม่มีนัยสาคัญ ขณะที่การเติบโตของรายได้สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา และ AOT ยังมีปัจจัยหนุนจากการจะเปิดประมูลโครงการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงนี้ไปจนถึงเดือนมี.ค.61 หลังสัมปทานเก่ากำลังจะหมดลงในปี 63


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ