(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นขึ้นทดสอบ 1,700 จุดอีกครั้ง เล็งแรงหนุนจาก ICAO ปลดธงแดง-คาดหวังมาตรการช็อปช่วยชาติ

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday October 9, 2017 09:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ โดยมองปัจจัยหนุนจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ประกาศปลดธงแดงประเทศไทย และยังมีความคาดหวังจากมาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาได้เมื่อใด

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า Fund Flow จากนักลงทุนต่างชาติ และสถาบัน ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นดัชนีฯมีโอกาสที่จะขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,700 จุด ได้อีกครั้ง ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,690 จุด

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่จะอิงในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ สำหรับปัจจัยนอกประเทศก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้ว เพราะขณะนี้คงตีความกันไปแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ส่วนอื่นก็เป็นแค่ส่วนประกอบเท่านั้น

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (6 ต.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,773.67 จุด ลดลง 1.72 จุด (-0.01%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,590.18 จุด เพิ่มขึ้น 4.82 จุด (+0.07%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,549.33 จุด ลดลง 2.74 จุด (-0.11%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 54.31 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 17.87 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 5.20 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 0.35 จุด ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 22.82 จุด,

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันเพื่อสุขภาพและการกีฬา, ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติ, ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันภาษาเกาหลี

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (6 ต.ค.60) 1,695.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.10 จุด (+0.30%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 571.94 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (6 ต.ค.60) ปิดที่ระดับ 49.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.50 ดอลลาร์ หรือ 0.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (6 ต.ค.60) ที่ 7.53 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.46 แนวโน้มแกว่งกรอบแคบ ไร้ปัจจัยใหม่ มองกรอบวันนี้ 33.38-33.48
  • แหล่งข่าวจากบริษัทเอกชน เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ รัฐบาลได้เรียกภาคเอกชนเข้าหารือ เพื่อสอบถามมาตรการที่จะให้ภาครัฐช่วยในช่วงสุดท้ายของปีแต่ละภาคธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจค้าปลีก เพื่อที่รัฐบาลจะได้ตัดสินใจหาแนวทางเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจในปลายปี
  • อธิบดีกรมสรรพสามิต เผยเป้าหมายการเก็บภาษีของกรมฯ ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 6 แสนล้านบาท คาดว่าจะเก็บได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากการเก็บภาษี ของกรมฯ ปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ทำได้เกินเป้าหมายถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ประกอบกับกรมฯ สั่งเร่งเก็บภาษีตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ และใช้ระบบตรวจสอบการเก็บภาษีแบบเรียลไทม์
  • รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในการเดินทางเยือนสหรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลไทยไม่ได้แถลงข่าวถึงการหารือเรื่องที่สหรัฐเรียกร้องให้ไทยนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) โดยระบุแต่เพียงว่ากรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศจะหารือกันในรายละเอียดอีกครั้งนั้น แต่มีความเป็นไปได้ที่ไทยจะยอมตามที่สหรัฐเรียกร้อง และอาจอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมู และเครื่องในที่มีสารเร่ง เนื้อแดงแรคโตพามีนจากสหรัฐได้
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในปี 2561 จะเติบโตได้มากกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 4% มาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ตามการลงทุนภาคเอกชนปีหน้า
  • รฟท.เตรียมชง คนร.11 ต.ค.นี้ ขอเดินรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-รังสิตเอง อ้างสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ต่ำเพียง 32 บาท สามาราถช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน คาด ธ.ค.นี้ ชง ครม.ตั้งบริษัทเดินรถภายในได้
  • เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 61 ตามกรอบวงเงินงบประมาณรวม 2.9 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุล 450,000 ล้านบาท ตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 2.78 ล้านล้านบาท หรือ 96% ของงบประมาณและรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 580,000 ล้านบาท จากกรอบงบประมาณลงทุน 660,000 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของงบประมาณเพื่อการลงทุนซึ่งการจัดทำงบประมาณนี้อยู่ภายใต้การคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.3-4.3% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วง 1.5-2.5% ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 8.4% ของจีดีพี
  • นายจุฬา สุขมานพผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) บนหน้าเว็บไซต์องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) HYPERLINK

"http://www.icao.int" \t "_blank" www.icao.int ได้มีการปลดสัญลักษณ์ธงแดงออกจากชื่อประเทศไทยแล้ว

*หุ้นเด่นวันนี้

  • DELTA (ธนชาต) "ซื้อ" เป้า 105 บาท Turnaround play ด้วยกำไรจากธุรกิจ EV เข้าสู่ breakeven ปีนี้ และด้วยการกลับมาเติบโตของตลาดโทรคมนาคมในอินเดีย จึงคาดกำไรกลับมาเติบโต 17-20% ปี 2561-2562
  • KBANK (ทรีนีตี้) "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" เป้า 224 บาท คาดกำไร 3Q60 ที่ 9,107 ล้านบาท ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ยังเป็นปัจจัยกดดัน ทั้งนี้มีการปรับประมาณการกำไรปี 60 ลงเล็กน้อย เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้าทำให้ Upside ค่อนข้างจำกัด
  • TK (ยูโอบี เคย์เฮียน) คาดรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ยังแข็งแกร่ง และบริษัทมีโอกาสปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตขึ้นเป็นรอบที่ 3 โมเมนตัมการเติบโตไตรมาส 4 คาดดีขึ้นจากผลผลิตข้าวที่ออกสู่ระบบ ขณะที่ระยะยาวเป็นบวกมากขึ้นจากการขยายไปประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว และกัมพูชา
  • PTTGC (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อเก็งกำไร"เป้า 88.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 3 จะเติบโต 62.9%YoY , 53.6%QoQ ที่ 10,141 ล้านบาท หนุนจากธุรกิจโรงกลั่นด้วยกำลังการผลิต 100% (ค่าการกลั่น +30%QoQ) และโอเลฟินส์ จากกำลังการผลิตแครกเกอร์และ HDPE เพิ่มเป็น 95% และ 100% ตามลำดับ และคาดดีต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 พร้อมปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ขึ้น 20.5% และ 16.7% ตามลำดับ จากการรวมส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Asset Injection 6 บริษัทจาก PTT และปรับสมมติฐานค่าการกลั่นขึ้น
  • AAV (เคจีไอฯ) แนะนำ"Outperform" ให้ราคาเป้าหมาย 7.48 บาท โดยมีคาดว่าการแข่งขันด้านราคาของสายการบินต่าง ๆ จะยังคงเข้มข้นต่อเนื่องใน 2H60 ไม่ต่างจากใน 1H60 แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดการท่องเที่ยวของไทยเป็นลบน้อยลง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวขึ้น และยังมีฐานนักท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งจากยุโรปและตะวันออกกลาง นอกจากนี้การที่ICAO ก็เพิ่งจะถอนธงแดงประเทศไทย AAV จึงจะเป็นหนึ่งในสายการบินที่ได้อานิสงส์จากการถอนธงแดง เพราะการขยายเส้นทางบินไปยังญี่ปุ่นและเกาลีผ่าน AirAsia X ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจได้กลายมาเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของ AAV ในช่วงกว่าสองปีที่ผ่านมา คิดว่าประเด็นนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถกระจายฐานรายได้ไปยังเส้นทางบินอื่น ๆ มากขึ้น จากปัจจุบันที่รายได้ประมาณ 30% มาจากนักท่องเที่ยวจีน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ