บลจ.ทาลิส เปิดขายกองทุน RMF-LTF แบบปันผล 16-23 พ.ย., คาด SET ปี 61 แตะ 1,900 จุด

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday November 14, 2017 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดขายกองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK เพื่อการเลี้ยงชีพ (TLDIVRMF) และกองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK หุ้นระยะยาวปันผล (TLDIVLTF-D) โดยเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 16-23 พ.ย.60 นี้โดยคัดสรรบริษัทที่มีผลการดำเนินงานที่ดี และมีแนวโน้มจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

ทั้ง 2 กองทุนเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี รวมถึงมีแนวโน้มที่จ่ายเงินปันผลตามหลักเกณฑ์คัดเลือกที่บริษัทจัดการกำหนด เช่นหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดีและสม่ำเสมอ และหรือหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดี เป็นต้น โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

สำหรับกองทุน TLDIVLTF-Dจะมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อกองทุนมีกำไรสะสมโดยพิจารณาจ่ายจากเงินปันผลหรือดอกเบี้ยรับที่ได้รับจากทรัพย์สินของกองทุน หรือพิจารณาจ่ายไม่เกิน 30% ของกำไรสะสมดังกล่าว หรือกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่จะจ่ายเงินปันผลนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า แต่ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลจะต้องไม่ทำให้กองทุนมีผลขาดทุนสะสมขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการจ่ายเงินปันผลนั้น

“ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนสำหรับการวางแผนเกษียณควบคู่กับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในรูปแบบของการลงทุนผ่านกองทุน LTF และ RMF เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนสามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ซึ่งกองทุน TLDIVRMF และ TLDIVLTF-D ที่เปิดขายในช่วงกลางเดือนพ.ย.นี้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะคัดสรรหุ้นพื้นฐานที่ดีและมีแนวโน้มจ่ายปันผลสม่ำเสมอ" นายประภาส กล่าว

แม้ตลาดหุ้นไทยจะมีการปรับฐาน แต่ด้วยแรงซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะจากกองทุน LTF และ RMF ในช่วงปลายปีที่มีมูลค่าประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท จะช่วยผลักดันดัชนีในช่วงไตรมาส 4 ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 61 คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1,600-1,900 จุด โดยประเมินจากค่า P/E ที่ 15-18 เท่า ขณะที่ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต 10% เนื่องจากปัจจัยบวกสนับสนุนทั้งแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ดีในอัตรา 4% จากการสนับสนุนภาครัฐในการเดินหน้าการลงทุนขนาดใหญ่ และแนวโน้มการส่งออกฟื้นตัว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ