(เพิ่มเติม) STEC คาดรายได้ปี 61 โต 50% จากปีนี้ 2 หมื่นลบ.ตั้งเป้าโกยงานใหม่ 3 หมื่นลบ.รักษา Backlog ระดับแสนลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday November 22, 2017 10:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า ในปี 61 บริษัท ตั้งเป้ารายได้จะเติบโตก้าวกระโดดหรือเพิ่มขึ้น 50% มาที่ 3 หมื่นล้านบาท ตามงานในมือที่ต้องส่งมอบ และจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 7-8% ส่วนงานใหม่ตั้งเป้าจะได้ 3 หมื่นล้านบาทเพื่อรักษาระดับงานในมือ (Backlog) ไว้ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปี

ส่วนในปีนี้บริษัทคาดว่าจะได้รับงานใหม่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ลงนามในสัญญาแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท และในไตรมาส 4/60 คาดว่าจะลงนามอีกไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้สิ้นปี 60 น่าจะมี Backlog อยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านบาท

ด้านรายได้ของบริษัทคาดว่า จะรับรู้รายได้ราว 2 หมื่นล้านบาทตามที่ตั้งเป้าไว้ และอัตรากำไรขั้นต้น คาดว่าจะใกล้เคียงปีที่แล้ว

"งานใหม่ของปีนี้น่าจะได้ตามที่คาด ปัจจุบัน STEC ได้รับงานใหม่แล้วประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ไม่รวมงานรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง (ราว 5 หมื่นล้านบาท) ที่ทราบผลประมูลตั้งแต่ปี 59 แต่เซ็นสัญญาปีนี้ ภายในปีนี้คงจะได้เพิ่มเข้ามาอีกมากพอสมควรซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเตรียมเซ็นสัญญา คงจะได้ตามเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาทที่ตั้งไว้ตอนต้นปีอย่างแน่นอน" นายภาคภูมิ กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

สำหรับการเข้าซื้อหุ้น บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ด้วยการลงทุนในหุ้น IPO ของ GULF ในวงเงิน 1,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.88% เพราะ GULF เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สำคัญของ STEC มานานแล้ว โดยรับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าของ GULF มาต่อเนื่อง จนเรียกได้ว่าเป็น Strategic Partner กัน

"การเข้าลงทุน GULF ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา เพราะหลังจากที่ STEC ทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าของ GULF แล้วเสร็จ ต่อไปเราก็จะได้รับประโยชน์จากรายได้ค่าไฟฟ้าของ GULF โดยการรับเงินปันผลที่ GULF จ่ายออกมาให้ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี ต้องขอขอบคุณ GULF ที่ให้โอกาสเราร่วมถือหุ้นของเขาตั้งแต่เริ่มเข้าตลาด"นายภาคภูมิ กล่าว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ในปี 59 STEC ลงทุน ใน บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 10% มูลค่า 880.27 ล้านบาท

นายภาคภูมิ กล่าวว่า โอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานยังมีความเป็นไปได้ เพราะบริษัทไม่ได้ปิดกั้น และเปิดโอกาสเสมอสำหรับการลงทุนใหม่ๆ ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงโอกาสและความเสี่ยง ตลอดจนผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆที่บริษัทจะได้รับกลับมา ได้แก่ เงินปันผล

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานยังไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับรายได้หลักจากงานรับเหมาก่อสร้าง แต่เป็นส่วนเสริมในการเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ