GBS ประเมิน SET สัปดาห์นี้แนวโน้มขึ้นต่อ แต่ผันผวนในกรอบ 1,710 -1,745 จุด มองเม็ดเงิน LTF-RMF ช่วยพยุงหุ้นปลายปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday December 20, 2017 10:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากตลาดคาดว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายในสัปดาห์นี้ และส่งต่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศใช้เป็นกฏหมายภายในปลายปีนี้และมีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า ประกอบกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติออกมาตรการพิเศษต่าง ๆ และอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและมีผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) พยุงดัชนีในช่วงปลายปี

ส่วนปัจจัยที่ยังคงกดดันภาพรวมการลงทุนในช่วงสัปดาห์นี้มาจาก Fund Flow ผันผวน ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติ Net Sell ราว 1.3 หมื่นล้านบาท และในปี 2561 ธนาคารกลางสหรัฐจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นโดยได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบกับ Fund Flow

อย่างไรก็ตามยังคงต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันที่ 20 ธ.ค. กำหนดประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ,วันที่ 21 ธ.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) การประชุมครั้งล่าสุดที่ประชุมมีมติให้คงนโยบายผ่อนคลายทางการเชิงรุกเพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นสู่เป้าหมาย ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งสุดท้าย โดยประมาณการ GDP ครั้งที่ 2 ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.3% สูงกว่าตัวเลขตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3%

รวมถึงวันที่ 25 ธ.ค. กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า ทั้งนี้การส่งออกเดือนต.ค. 60 ขยายตัว 13.1% และในช่วง 10 เดือนแรกของปีนิ้เติบโต 9.7%

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ประเมินว่า SET ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ โดยน่าจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,710 -1,745 จุด เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าสภาคองเกรสสหรัฐน่าจะผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีก่อนสิ้นปี แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีของประเทศไทยในช่วงปลายปี และเม็ดเงินเข้าซื้อกองทุน LTF และ RMF โดยมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ผันผวนและวอลุ่มการซื้อขายที่เบาบางลงก่อนวันหยุดยาวช่วงปลายปี

ทั้งนี้ แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุนหุ้นที่จะเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งแรกปี 61 ได้แก่ BCP, BEAUTY, CENTEL, TPIPP, SAWAD และ WHA รวมถึงหุ้นที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายในการทำ window dressing ได้แก่ SCB ,KTB และ PTTEP และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคายางพาราที่ปรับตัวขึ้น และมาตรการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แนะนำ STA

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำนั้น ตลาดคาดหวังและมีการเก็งกำไรไปแล้วว่ารัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะสามารถผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างภาษีให้ผ่านไปได้ทั้ง 2 สภาภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ทันลงนามอนุมัติบังคับใช้ได้ทันวันคริสต์มาสตามที่ได้เคยประกาศไว้ก่อนหน้า โดยจะมีผลจริงทันทีตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการออกนโยบายต่าง ๆ ที่สำคัญของพรรครีพับลิกัน จึงถือเป็นปัจจัยลบในระยะยาวต่อราคาทองคำ

แต่เนื่องจากสหรัฐฯกำลังสูญเสียบทบาทผู้นำโลกไปอย่างช้า ๆ ทำให้การประกาศยุทธศาสตร์ชาติล่าสุดมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงภายในทั้งในแง่เศรษฐกิจและกำลังทหาร แต่ยังคงต้องการมีอิทธิพลในภูมิภาคสำคัญทั่วโลกต่อไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ จึงคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่จะคอยเข้ามาสนับสนุนราคาทองคำไม่ให้ดิ่งลงแรงตลอดสมัยของนายทรัมป์

สำหรับมุมมองทางเทคนิคในช่วงสัปดาห์นี้ ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นจากระดับ 1,240 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่การทำฐานที่ไม่แข็งแรง ทำให้ราคามีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงมาในช่วง 1,240-1,260 ดอลลาร์/ออนซ์ อีกครั้ง จึงแนะนำให้ดักจังหวะ short เมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปใกล้หรือเหนือ 1,270 ดอลลาร์/ออนซ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ