ข่าวอินโฟเควสท์
08:19 IOD สนับสนุนแผนความร่วมมือกบข.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง ผลักดันการทำเกณฑ์ชี้วัดหุ้นที่ไม่มีธรรมาภิบาล   นายกุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ สมา…
08:18 US Economic Calendar รายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 27 - 31 พฤษภาคม 2562   วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) ตลาดการเงินและหน่วยงานราช…
08:14 G7 Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2562   วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) ญี่ปุ่น 12.00 น. ดัชนีชี้นำเศรษฐ…
08:10 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2562   วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) จีน 08.30 น. กำไรภาคอุตสาหกรร…
08:06 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 27 พ.ค. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 พฤษภาคม 25…

MONO ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 3.5 พันลบ. พร้อมปรับขึ้นค่าโฆษณาราว 50% จาก 28,000 บ./นาทีในปีก่อน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2561 15:05:38 น.

นายนวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่อง MONO29 ซึ่งตั้งเป้ารายได้ปีนี้อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 66-70% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 60% และจะมีรายได้จากธุรกิจอื่นในเครือที่จะเข้ามาอีก 1 พันล้านบาท ได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่และ SMS (Subscription) ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจภาพยนตร์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Sponsor ship

โดยแผนงานของธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่อง MONO29 ในปี 61 บริษัทได้ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นช่องทีวีดิทัลที่มีเรทติ้งอันดับ 2 ซึ่งจะมีเรทติ้งขึ้นเป็น 1.5 จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับ 3 หรือมีเรทติ้งเฉลี่ยที่ 1.142 ณ ช่วงกลางเดือนม.ค. 61 รองจากช่อง 7HD และช่อง 3HD ตามลำดับ โดยในปีนี้บริษัทยังคงคอนเซปต์เป็นช่องทีวีที่มี “หนังดี ซีรีส์ดัง" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งคอนเทนท์หลักของการออกอากาศยังคงเป็นหนังและซีรีส์ในสัดส่วน 70% ซึ่งในปี 61 บริษัทจะเพิ่มหนัง Blockbuster จากฮอลลีวูด และหนังฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศเข้ามาอีก 400-500 เรื่อง จากปัจจุบันที่มีหนังทั้งหมดอยู่ที่ราว 4,000 เรื่อง ซึ่งจะใช้งบลงทุนในการซื้อหนังเข้ามาเพิ่มในปีนี้ 800-900 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสดเงินสดของบริษัท

นอกจากนี้จะเพิ่มคอนเทนท์หนังจากพันธมิตรระดับโลกอีก 3 ราย ได้แก่ FOX, Dreamwork animation และ Liongate รวมถึงเพิ่มคอนเทนท์ด้านกีฬาบาสเกตบอลจาก NBA ซึ่งเป็นกีฬาที่บริษัทเน้นการทการตลาดอยู่ไนปัจจุบัน เพื่อเสริมฐานของคอนเทนท์ในช่อง MONO29 มีความหลากหลายและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยที่สัดส่วนการออกอากาศของช่อง MONO29 อีก 30% มาจากรายการอื่นๆที่บริษัทผลิต เช่า รายการข่าว รายการวาไรตี้บันเทิง ไทยซีรีส์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาระดับโลก

ขณะที่ด้านอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยของช่อง MONO29 ในปี 61 บริษัทจะมีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 50% มาอยู่ที่เฉลี่ย 40,000 บาท/นาที จากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 28,000 บาท/นาที โดยที่อัตราค่าโฆษณาในช่วงไพร์มไทม์เฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 บาท/นาที ซึ่งการปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาขึ้น 50% ในปีนี้จะเป็นปัจจัยหนุนต่อผลการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนอัตราการใช้โฆษณาของช่อง MONO29 ในปีนี้ตั้งเป้าอยู่ที่ 65-70% จากปีก่อนที่ 65-66% ซึ่งมองแนวโน้มการใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านช่องทางทีวีดิจิทัลในปีนี้ยังมีแนวโน้มการเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีก่อนโดยเฉพาะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากเรทติ้งที่ปรับเพิ่มขึ้น และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่มากขึ้นตาม

ส่วนธุรกิจภาพยนตร์ในปี 61 เบื้องต้นทาง MONO FILM จะนำหนังจากต่างประเทศเข้ามาฉายจำนวน 6 เรื่อง ซึ่งจะมีการนำเข้าหนังจากต่างประเทศในปีนี้ให้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 18 เรื่อง โดยยังคงเป็นหนังเกรดบี ที่ไม่ได้มาจากค่ายหนังรายใหญ่ในต่างประเทศ และยังมีหนังจากค่าย T Moment เตรียมภาพยนตร์ไทยเข้าฉายในปีนี้อีก 3-4 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เข้าฉายเพียง 1 เรื่อง ด้านธุรกิจ Sponsor Ship ในปี 61 จะเน้นไปที่ด้าน Sport Entertainment ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาบาสเกตบอลและวิ่งมาราธอน ซึ่งในปีนี้บาสเกตบอลลีกที่บริษัทเน้นมีสปอนเซอร์ใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 3-4 ราย และคาดว่าจะมีรายได้จาก Sport Entertainment ในปีนี้อยู่ที่ 70-80 ล้านบาท และจะมีการจัดคอนเสิร์ตที่ Exclusive เฉพาะสปอนเซอร์ ซึ่งขายบัตรให้สปอนเซอร์ทั้งหมด โดยจะมีการจัดคอนเสิร์ตในปีนี้ทั้งหมด 18 คอนเสิร์ต เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 7 คอนเสิร์ต และคาดว่ารายได้ในส่วนงานจัดคอนเสิร์ตในปี 61 จะอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในภาพรวมธุกิจของ MONO ในปี 61 จะเห็นการเติบโตที่โดดเด่นมากขึ้น จากช่อง MONO29 ที่เป็นปัจจัยหนุนหลัก ซึ่งมีการเติบโตขึ้นอย่างค่อยไปค่อยไป และสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้แล้วตั้งแต่ปี 60 ซึ่งทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในปี 60 และคาดว่าปีนี้จะเห็นผลการดำเนินงานมีกำไรได้อย่างต่อเนื่องและมีการเติบโตขึ้น ซึ่งคาดว่าปีนี้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนที่คาดว่าอยู่ที่เพียงตัวเลขหลักเดียว หลังจากที่ธุรกิจทีวีดิจิทัลถึงจุดคุ้มทุน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มคงที่ และตั้งเป้าจะล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่กว่า 700 ล้านบาท ให้หมดภายในสิ้นปี 61 พร้อมกับอยู่ระหว่างการศึกษาการทำธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อซึ่งอาจจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัทและทำให้ธุรกิจมีความหลากหลายและส่งเสริมซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยคาดว่ามีโอกาสเห็นความชัดเจนของธุรกิจใหม่ในปีนี้อย่างน้อย 1 ธุรกิจ

"ปีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของช่อง MONO29 ซึ่งเราค่อย ๆเห็นการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรายังคงรูปแบบช่องหนังดี ซีรีส์ดัง เหมือนกับวันแรกที่เราเริ่มทำ แต่อัดเน้นคุณภาพและความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ช่องมีความน่าสนใจ ซึ่งทำให้เราสามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ได้ในตอนนี้ และจะก้าวขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ตอนนี้ธุรกิจทีวีดิจิทัลได้ถึงจุดคุ้มทุนไปแล้ว ตอนนี้ก็จะทำให้ภาพรวมของ MONO ค่อยๆฟื้นตัวและเติบโตมากขึ้น แม้ว่าอาจจะสะดุดไปช่วงไตรมาส 4/60 เพราะเป็นช่วงที่เรารู้ๆกันและกระทบทุกบริษัทในอุตสาหกรรม แต่ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ และคาดว่าไตรมาส 1/61 ผลการดำเนินงานก็จะเป็นบวกได้ โดยจุดคุ้มทุนของธุรกิจทีวีดิจิทัลของเราจะต้องมีกำไรเฉลี่ย 120 ล้านบาท/เดือน"นายนวมินทร์ กล่าว

ด้านมุมมองหลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งขาติ (กสทช.) ได้เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อใช้มาตรา 44 ออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักทั้งการลดค่าใช้จ่ายในการเช่าโครงข่ายสัญญาณ การพักชำระค่าใบอนุญาตงวดที่เหลือ และการเปิดทางให้มีการคืนใบอนุญาตนั้น เป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่จะช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าหากมีการยืดชำระค่าใบอนุญาตออกไปที่จะมีการคิดดอกเบี้ย ก็อาจจะสามารถช่วยผู้ประกอบการบางรายให้สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งในส่วนของบริษัทนั้นจะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับความเหมาะสมของการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือว่ายังมีความพร้อมที่จะชำระเงินค่าใบอนุญาตในปีนี้ที่จะมีกำหนดชำระในช่วงเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีจำนวนเงินที่ต้องชำระค่าใบอนุญาตแก่กสทช.ในปีนี้อยู่ที่ 400 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง