ข่าวอินโฟเควสท์
10:29 ผู้ประท้วงฮ่องกงนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งวันนี้ หวังกดดัน "แคร์รี แลม" ลาออก   กลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงประกาศว่าจะนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันนี้ ถึงแ…
09:35 เจ้าหน้าที่ตำรวจในโอซาก้าถูกแทงเจ็บหนัก ขณะคนร้ายขโมยปืนหนี   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งถูกแทงบาดเจ็บสาหัส ขณะที่คนร้าย…
08:24 ที่ประชุม G20 เตรียมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล   กลุ่มประเทศ G20 เตรียมหารือกันเพื่อบรรลุข้อตกลงในประเด็นแนวปฏิบัติการลดขยะพลาสติกใน…
08:05 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.2 แมกนิจูดเขย่าเกาะเคอร์มาเด็คของนิวซีแลนด์   ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวจีน (CENC) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.2 แมกนิจูด…
17:21 "ทรัมป์"เรียกร้องซีอีโอ"ล็อคฮีด มาร์ติน"ทบทวนแผนปิดโรงงานผลิตเฮลิคอปเตอร์ในเพนซิลวาเนีย   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยในทวิตเตอร์…

PTT-องค์การเภสัชกรรม ลงนามข้อตกลงศึกษาสร้างรง.ผลิตยารักษาโรคมะเร็ง หวังลดนำเข้าตปท.พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยาไทย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 23 มกราคม 2561 15:24:14 น.

องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับบมจ.ปตท. (PTT) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา" เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยา ให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้น ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ พึ่งพาตนเองได้ รววมถึงยกระดับอุตสาหกรรมยาของไทยให้ทัดเทียมสากล อันก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมแก่คนไทย และประเทศไทย

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย จากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของคนไทย ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปีหรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย ในขณะที่ทั่วโลกมีคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงถึง 8 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง มีทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม รวมถึงสารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ระบบสาธารณสุขของประเทศยังไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นนี้ได้ เนื่องจากยารักษาโรคมะเร็งบางประเภทมีราคาสูงมากและต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด 100% ไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศ ทำให้ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงยาและต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณด้านยารักษาโรคมะเร็งสูง จึงส่งผลกระทบต่อทั้งสังคมและเศรษฐกิจในภาพรวมและเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการในประเทศผลิตยารักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมภายนอก นอกจากนั้นยารักษาโรคมะเร็งบางประเภทยังต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงในการผลิตด้วย ดังนั้น อภ. ในฐานะเสาหลักด้านยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ มีความพร้อมทั้งทางด้านการวิจัยพัฒนา การผลิต รวมถึงมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านยามายาวนาน และมีเครือข่ายจากต่างประเทศที่จะร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จึงได้เริ่มเดินหน้าศึกษาวิจัยพัฒนายาในกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งอย่างจริงจัง และมีแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งขึ้นเป็นการเฉพาะ

โดย อภ. มุ่งเน้นการผลิตยารักษาโรคมะเร็งในทุกกลุ่มการผลิต ทั้งยาเคมีบำบัดชนิดเม็ดและฉีด (Chemotherapy) ซึ่งเป็นยาพื้นฐานในการรักษาโรคมะเร็งที่สามารถออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย และยารักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) ทั้งยาเคมีชนิดเม็ดและยาฉีดชีววัตถุคล้ายคลึงประเภท Monoclonal antibodies (Biosimilar) เพื่อให้มียาครอบคลุมการรักษาทุกกลุ่มโรคมะเร็งในปัจจุบัน ดังนั้น การที่ อภ. สามารถสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งได้ด้วยตนเองในประเทศนั้น จะสามารถลดราคายาลงได้มากกว่า 50% ซึ่งเป็นการลดภาระด้านยาในระบบสาธารณสุขของประเทศและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคต

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมชั้นปลาย ของปตท. กล่าวว่า จากแผนงานของ อภ. ในเรื่องการสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายยารักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการเล็งเห็นความสำคัญของการผลิตสารออกฤทธิ์ทางยานั้นสอดคล้องกับพันธกิจของ ปตท. ในการดูแลสังคม และชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น ปตท. จึงพร้อมที่จะร่วมมือและสนับสนุน อภ. โดยจะใช้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม การบริหารโครงการ และการก่อสร้างโรงงาน รวมถึงข้อมูลความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจรมาช่วยขับเคลื่อนโครงการฯ นี้ให้สำเร็จลุล่วง

ทั้งนี้ การสนับสนุนให้เกิดการผลิตยาได้เองภายในประเทศนี้ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนายาเป็นไปอย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยารักษาโรคได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจยาที่ยาวนานของ อภ. ผนวกกับความชำนาญทางวิศวกรรมการผลิตและเดินเครื่องโรงงานผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงของ ปตท. จะช่วยพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตยาโดยรวมของประเทศไทยให้ทัดเทียมสากล สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศตามนโยบายของประเทศไทย 4.0 และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายอรรถพล กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง