STAR ลุยขยาย 3 ธุรกิจหลักหลังตัดขายธุรกิจ"สุขภัณฑ์"เล็งรับช่วงงานรถไฟฟ้า-ลงทุนรีไซเคิลให้ครบวงจร-เพิ่มป้ายโฆษณา

ข่าวหุ้น-การเงิน 5 มีนาคม พ.ศ. 2561 11:35 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกฤช เอทเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค (STAR) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจของ STAR ประกอบด้วย 3 ธุรกิจ คือ ธุรกิจเทรดดิ้ง ซึ่งจะเป็นธุรกิจหลัก ที่บริษัทฯมีแผนร่วมเข้ารับช่วงงานในโครงการรถไฟฟ้าทางคู่ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาวัสดุก่อสร้างอาทิเหล็กและให้บริการงานที่ปรึกษาด้านอื่นๆ ให้กับบริษัทรับเหมา ซึ่งการที่บริษัทเป็นทั้งผู้ให้บริการ และเป็นผู้จัดหาวัสดุ จะส่งผลให้บริษัทฯมีมาร์จิ้นที่สูงขึ้นกว่าการทำธุรกรรมซื้อมาขายไปธรรมดา

นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าดำเนินการในธุรกิจรีไซเคิลในประเทศออสเตรเลียที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน บริษัท Star Shenton Energy Pty., Ltd. (Shenton) จำนวน 60% อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษาหาช่องทางลงทุนเพิ่มเพื่อให้ธุรกิจนี้ครบวงจร โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 100 ล้านบาท โครงการดังกล่าวมีอายุสัมปทาน 20 ปี โดยประเทศออสเตรเลีย มีปริมาณขยะรวมกันประมาณ 50 ล้านตันต่อปีหรือประมาณ 2 ตันต่อประชากรหนึ่งคนต่อปี(MRA Consulting, 2016)

และหากพิจารณาเฉพาะบริเวณเมือง Perth, Western Australia ที่บริษัท บริษัท Star Shenton Energy Pty Ltd ตั้งอยู่นั้น ปริมาณขยะรวมอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 2.6 ตันต่อประชากรหนึ่งคนต่อปี ซึ่งนับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยปริมาณขยะนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปีและด้วยเหตุนี้ความต้องการด้านบริหารและจัดการด้านขยะจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงเป็นที่มาการลงทุนธุรกิจรีไซเคิล ดังกล่าว

และสุดท้าย คือ ธุรกิจด้านมีเดีย ภายใต้บริษัท สตาร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 100% ซึ่งจากเดิมธุรกิจดังกล่าวมีสัมปทานป้าย Mupi ที่ จ. ภูเก็ตอยู่แล้ว ดังนั้นบริษัทฯมีแผนที่จะเพิ่มช่องทางการตลาดโดยขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร เพื่อเข้าไปให้บริการติดตั้งป้ายโฆษณา จำนวน 300 ป้ายทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ และหากว่าดีลการเจรจาสำเร็จ STAR จะใช้งบลงทุนในครั้งนี้ ประมาณ 150 ล้านบาท

สำหรับเม็ดเงินลงทุนในปี 61 มาจากการเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาทตามมติผู้ถือหุ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการทยอยเก็บเกี่ยวกำไรจากการประกอบการอย่างแท้จริง

"ธุรกิจเทรดดิ้ง เป็นหนึ่งในธุรกิจเดิมของ STAR อยู่แล้ว ในเมื่อบริษัทฯได้มีการขายธุรกิจหลักดั้งเดิม คือเครื่องสุขภัณฑ์ ออกไปช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจึงเล็งเห็นว่าควรปรับธุรกิจด้านเทรดดิ้ง ขึ้นมาให้เป็น Core Business แทน เนื่องจากธุรกิจด้านเทรดดิ้ง สามารถเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นที่ดีเมื่อทำควบคู่ไปกับการให้บริการด้านอื่นๆที่เกี่ยวโยง ซึ่งจะเป็นผลดีในเชิงบวกของบริษัทฯ ขณะที่ธุรกิจมี่เดีย ที่ Star เคยมีอยู่นั้น ก็จะขยายให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งยังเสริมทัพด้วยธุรกิจ รีไซเคิล ในประเทศออสเตรเลียด้วย"นายกฤช กล่าว

ส่วนผลการดำเนินงานงวดปี 60 หลังจากที่บริษัทฯได้มีการตัดขายธุรกิจสุขภัณฑ์ออกไปในกลางปี บริษัทฯสามารถบันทึกกำไรจากการขายธุรกิจดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 276.8 ล้านบาทซึ่งเงินสดที่ได้รับส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลในประเทศออสเตรเลียออกมาจากกระบวนการฟื้นฟูในราคาที่ต่ำ ราคาที่ซื้อมาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ ทำให้บริษัทมีกำไรจากการซื้อกิจการครั้งนี้อีก 101 ล้านบาท


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ