ข่าวอินโฟเควสท์
15:46 "อาเบะ" เล็งเยือนอิหร่านเดือนหน้า คาดเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 40 ปีที่เยือนอิหร่าน   สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่า นา…
15:44 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2561   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากความวิตกที่เพ…
15:42 บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปิดลดลงวันนี้ หลังหุ้นโตเกียวร่วงกระตุ้นนลท.ซื้อพันธบัตร   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปิดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่อง…

(เพิ่มเติม) MFC ตั้งเป้า NAV ปีนี้โต 14.3% เป็น 5.2 แสนลบ. จากปีก่อนที่ 4.54 แสนลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 14 มีนาคม 2561 17:29:09 น.

บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองุนทุกประเภท (NAV) ในปี 61 โต 14.3% เป็น 520,000 ล้านบาท จาก 454,900 ล้านบาทในปีก่อน และรักษาระดับรายได้ที่ 1,313 ล้านบาท โดยเน้นกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพของสาขาต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้าง Strategic Partners โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อพัฒนาธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารกองทุน

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ MFC เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนเปิดขายกองทุนใหม่อีก 27 กองทุน ทั้งกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์หลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าจากผลงานการบริหารกองทุนและผลตอบแทนทุกประเภทกองทุน สร้าง Strategic Partners โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อพัฒนาธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารกองทุน และมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างการเติบโตและรายได้ที่ยั่งยืน

สำหรับในปีนี้บริษัทมองว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยคาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 4% และมีอัตราเงินเฟ้อที่ 1.4-1.5% สูงกว่าปีก่อนที่ระดับ 0.7% โดยยังได้รับการขับเคลื่อนจากการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การส่งออกที่ขยายตัวขึ้นตามเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัว รวมไปถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวที่เห็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วยปลายปีที่ผ่านมา และต้นปีนี้ขยายตัวได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

ในส่วนของอัตรานโยบายดอกเบี้ยของไทย มองว่าจะยังคงอยู่ที่ระดับ 1.5% ในปีนี้ แต่หากมีการปรับขึ้นอย่างเร็วคงเป็นช่วงปลายปี 61 โดยจะเป็นการปรับขึ้นตามประเทศหลักๆทั่วโลกเพื่อให้มีความเหมาะสม และหากสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 4 ครั้ง ก็เป็นไปได้มากที่ไทยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามมา

ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,753-1,870 จุด และมี EPS ที่ 111.5 บาทต่อหุ้น และระดับ P/E ที่ราว 16.75 เท่า โดยแนะนำกลุ่มที่มีความน่าสนใจในการลงทุนคือ หุ้นปันผลสูง ผลประกอบการดี โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง