ข่าวอินโฟเควสท์
17:01 ก.ล.ต.จีนอนุมัติบริษัท 1 แห่งเปิดขายหุ้น IPO   คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ประกาศอนุมัติให้บริษัทเอกชน 1 แห่งของ…
15:07 เมียนมาเผยยอดนักท่องเที่ยว H1/61 อยู่ที่ 1.72 ล้าน ชี้คนไทยเที่ยวมากขึ้น   กระทรวงโรงแรมและการท่องเที่ยวของเมียนมา เปิดเผยในวันนี้ว่า เมียนมามี…
13:09 กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคปอดบวมหลังพบผู้ป่วยเด็กเล็ก-ผู้สูงอายุรวมกว่า 8.4 หมื่นราย   กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง …
12:12 Coinbase จัดตั้งคณะกรรมการทางการเมือง หวังระดมทุนป้อนการเลือกตั้ง   Coinbase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายบิตคอยน์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐ ได้…

RS ทุ่ม 100 ลบ.จับมือ 3 พันธมิตรตปท.ทำ R&D สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม พร้อมขยายช่องทางจำหน่าย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 20 มีนาคม 2561 13:32:40 น.

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส (RS) กล่าวว่า บริษัทจับมือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการวิจยและพัฒนา (R&D) ที่ได้มาตรฐานสากลเป็นพันธมิตรร่วมค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม ภายใต้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่มเฮิร์บ พลัส ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านสมุนไพรระดับพรีเมียมของประเทศไทย ได้ทำ R&D นำสมุนไพรนานาชนิด ได้แก่ โสมเกาหลี, ตังกุย, อะเซโรลา เชอรี่, โกจิเบอรี่ มาสกัดเป็นนวัตกรรมใหม่อย่าง "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลคแคปป์" เพื่อช่วยบำรุงข้อเข่าให้แข็งแรง ที่กำลังเป็นสินค้าดาวรุ่งทำยอดขายโตวันโตคืนในขณะนี้

2.AstaReal Group บริษัทจากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้บุกเบิกและผู้เชี่ยวชาญด้าน R&D เป็นที่ยอมรับในตลาดสุขภาพและความงามทั่วโลก  ได้ทำ R&D นำสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ฮีมาโตค็อคคัส พลูวิเอลิส จากต้นกำเนิดสแกนดิเนเวีย มาเพาะเลี้ยงในระบบปิดโดยควบคุมความสะอาด แสง อุณหภูมิและปัจจัยแวดล้อมทุกอย่าง เพื่อสกัดเป็นสารแอสต้าแซนทีนบริสุทธิ์และให้ประสิทธิภาพสูงสุด มาผสมผสานกับโคเอนไซม์ คิวเท็น น้ำมันรำข้าว วิตามินดี และวิตามินซี เป็น "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เอส.โอ.เอ็ม. ไทม์ แคปซูล" เพื่อช่วยดูแลปัญหาข้อเข่าเสื่อม ที่กำลังเป็นสินค้าพระเอกทำยอดขายพุ่งกระฉูดในตอนนี้

และ 3.บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ผู้ผลิตสกินแคร์แบรนด์ชื่อดังที่ได้มาตรฐานระดับโลก ได้ทำ R&D นำสารสกัดจากสาหร่ายหิมะสีแดงบนเทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาเป็นส่วนผสมหลักของ "ผลิตภัณฑ์มาจีค ยูธฟูล เรเดียนซ์" เพื่อช่วยฟื้นบำรุงคอลลาเจน ริ้วรอยแลดูลดเลือนสีผิวเรียบเนียน เผยผิวใส เปล่งประกายออร่า รวมทั้งนำสารสกัดโลควอทลีฟจากประเทศญี่ปุ่น  ผสานพลังกับไข่มุกดำตาฮิติ ไข่ปลาคาเวียร์ และเห็ดทรัฟเฟิล สารสีดำจากธรรมชาติ มาเป็นส่วนผสมหลักของ "ผลิตภัณฑ์รีไวฟ์" เพื่อช่วยลดโอกาสการขาดหลุดร่วงของเส้นผม และบำรุงผมให้มีความชุ่มชื้นแลดูมีสุขภาพดี

"บริษัทดำเนินการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเราเชื่อว่าการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและความงามอันหลากหลายของผู้บริโภค โดยเตรียมทุ่มงบ 100 ล้านบาท ร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานวิจัยระดับโลก เพื่อคัดสรรสุดยอดนวัตกรรมผลิตสินค้าคุณภาพสูงตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งกลุ่ม Skin Care ภายใต้แบรนด์ Magique, กลุ่ม Hair Care ภายใต้แบรนด์ Revive และกลุ่ม Food Supplement ภายใต้แบรนด์ S.O.M."นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าปี 61 มีรายได้กลุ่มธุรกิจสุขภาพความงามและพาณิชย์ (Health&Beauty and Commerce) 3,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตก้าวกระโดดสูงถึง 150% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 65% ของรายได้รวมกลุ่มอาร์เอส 5,800 ล้านบาท เพราะได้รับอานิสงค์จากการมุ่งเน้นค้นคว้าวิจัยและพัฒนาสินค้าชูนวัตกรรมตามที่กล่าวข้างต้น

และการใช้ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.Diversity มีแผนเพิ่มสินค้าสุดยอดคุณภาพใหม่ๆ อีกจำนวนมากตลอดทั้งปี จากปัจจุบัน 37 รายการ รวมเป็น 75 รายการ และยกขบวนสินค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้าทำตลาด ทำให้เพิ่มความหลากหลายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ กลุ่มลีฟวิ่ง (Living) กลุ่มจิวเวอรี่ (Jewelry) กลุ่มเครื่องประดับ (Accessories) มาจำหน่าย ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายเช่นเดียวกันกับกลุ่มเครื่องครัวและกลุ่มสลิม แวร์ 2.Up&Cross Selling ได้พันธมิตรธุรกิจนำเสริมทัพสินค้าอื่นๆ ช่วยสร้างยอดขายเติบโต และ 3.Database ฐานข้อมูลมี ประสิทธิภาพสูงทำให้เพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย

สำหรับช่องทางจัดจำหน่ายซึ่งเรามีแต้มต่อเหนือคู่แข่งแล้ว แต่เราพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดยิ่งขึ้น ล่าสุดได้เพิ่มจำนวน Call Center โทร.1781 รวมทั้งขยายเจ้าหน้าที่ดูแล www.shop1781.com และแอพพลิเคชั่น LINE @Shop1781 บน LINE SHOP มากขึ้น ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่ในมือแล้วกว่า 8.5 แสนราย และคาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.5 ล้านราย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง