GPSC เตรียมเสนอโครงการผลิตไฟฟ้าป้อนโรงงานใหม่ของ PTTGC ราว 200-300 MW คาดชัดเจน Q2/61

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday April 3, 2018 18:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอโครงการผลิตไฟฟ้าป้อน 3 โรงงานปิโตรเคมีแห่งใหม่ ในกลุ่มบมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 200-300 เมกะวัตต์ (MW) คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 2/61 เนื่องจากทั้ง 3 โรงงานดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการภายในปี 63 ทำให้จำเป็นต้องเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวภายในปีนี้

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ มีมูลค่าลงทุนราว 50 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นเงินลงทุนใหม่นอกเหนือจากงบลงทุนในปีนี้ที่ราว 7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทที่จะมุ่งเน้นการเติบโตภายในประเทศ ร่วมกับกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

"แม้เราจะอยู่ในกลุ่มปตท.แต่เราก็ต้องเข้า Bid แข่งกับเขา โรงงานใหม่ของ PTTGC ที่กำลังก่อสร้างคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 200-300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 2 นี้ เพราะโรงงานเขาต้องแล้วเสร็จในปี 63 ก็ต้องเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าในปีนี้ เรามั่นใจว่าจะ Bid แข่งได้เพราะเรามี reliability ดีมากที่ผ่านมาเราไม่เคยมีไฟดับไฟตก"นายเติมชัย กล่าว

นายเติมชัย กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนให้กับ PTTGC นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการป้อนกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ให้กับการขยายงานของกลุ่ม ปตท.ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวม 1 พันเมกะวัตต์ และยังมีโอกาสใหม่ๆ เพิ่มเติมตามการลงทุนใหม่ในพื้นที่ EEC ด้วย นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อกิจการโรงไฟฟ้าในประเทศที่เปิดดำเนินการผลิตแล้วด้วย

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ แม้ว่าจะไม่มีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติม แต่บริษัทจะรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) 3 แห่งในปีที่ผ่านมาได้เต็มปี ได้แก่ โรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีนเพาเวอร์ ระยะที่ 2 (IRPC-CP Phase 2) เมื่อเดือนพ.ย.60 ,โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น 2 (BIC2) เมื่อเดือนมิ.ย.60 และโรงไฟฟ้าอิชิโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนธ.ค.60 ซึ่งจะส่งผลให้รับรู้ผลการดำเนินงานจากกำลังการผลิตที่มีอยู่ปัจจุบัน 1,530 เมกะวัตต์

ขณะเดียวกันโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ RDF ในจ.ระยอง จะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงไตรมาส 2/61 รวมถึงจะได้รับประโยชน์จากการออกหุ้นกู้ 5 พันล้านบาทเมื่อปลายไตรมาส 3/60 เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม ซึ่งทำให้ลดภาระดอกเบี้ยได้ 1% หรือราว 50 ล้านบาท/ปี

ด้านนายสุรงค์ บูลกูล ประธานกรรมการ ของ GPSC กล่าวว่า นอกจากกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทที่จะร่วมกับกลุ่ม ปตท.แล้ว บริษัทก็จะยังขยายการเติบโตด้วยการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมียนมาที่ปัจจุบันจะร่วมกับ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เพื่อเสนอโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดราว 100 เมกะวัตต์ ป้อนให้กับเมียนมา ซึ่งเบื้องต้นได้หารือกับรัฐบาลกลาง และรอให้ทางเมียนมามีความพร้อมก่อนจะเสนอแพ็กเกจโครงการต่อไป

นอกจากนี้ยังจะมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น โซลาร์รูฟท็อป และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System :ESS) โดยในส่วนความคืบหน้าโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไออน ขนาด 100 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWH) มูลค่าราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 4/62 โดยกำลังผลิตในระดับดังกล่าวสามารถผลิตแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 300 วัตต์ ได้ทั้งหมด 3 แสนก้อน/ปี ซึ่งช่วงแรกแบตเตอรี่ที่ผลิตได้จะใช้ในระบบ ESS ในธุรกิจไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ ,เสาโทรคมนาคม เป็นต้น

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทตกลงให้ความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อศึกษาการทำงานของระบบกักเก็บพลังงานโดยใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อศึกษาประโยชน์ในโครงการร่วมกัน โดยโครงการเริ่มจากการติด Energy Storage ของ AMPD ซึ่งเป็นพันธมิตรจากฮ่องกง ที่ต้องการเข้ามาทำตลาดในไทย โดย Energy Storage ดังกล่าวเพื่อใช้ในการทำ Time Shift และ Back up ใน Energy Research and Development Institution ของมหาวิทยาลัย ซึ่งนอกจากใช้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟใน มหาวิทยาลัยแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อศึกษาและพัฒนา Energy Storage ร่วมกันในประเทศไทยด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ