(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ซึมลง กังวล Bond Yield สหรัฐฯพุ่งสูงสุดรอบ 7 ปีหนุนเฟดขึ้นดบ. 4 ครั้งปีนี้, เกาะติดประชุมกนง.

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 16, 2018 09:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งซึมลง เนื่องจากล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐฯ อายุ 10 ปีได้พุ่งขึ้นมาที่ระดับราว 3.06% ทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี ทำให้มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นไปได้ถึง 4 ครั้ง แต่ยังคงมองกรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นไปได้ทั้ง 3-4 ครั้งในปีนี้

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/61 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเท่าที่ดูหุ้นขนาดใหญ่ที่ประกาศงบฯออกมาก็เป็นไปตามคาด อย่างหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี ทำให้ยังไม่มีแรงดันให้ตลาดฯขึ้นไปได้มาก แต่ตลาดฯยังได้แรงหนุนจากหุ้นขนาดกลาง อย่างหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล และสาธารณูปโภค ที่มีการเล่นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางขึ้นมา

นอกจากนี้ ให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ ซึ่งตลาดฯคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน และให้ดูเรื่องมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 จะมีการเลื่อนใช้หรือไม่ หากมีการเลื่อนใช้จะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันการเงิน และหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินอาจจะขึ้นมาช่วยหนุนตลาดฯได้บ้าง

ทั้งนี้ ดูแล้วภาพการลงทุนอาจจะยากขึ้น ดังนั้น ควรจะเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัว โดยให้เลือกลงทุนหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยงและสามารถทำกำไรในระยะสั้นได้ด้วย โดยเน้นหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ยัง Laggard อยู่ อย่างหุ้น BANPU, SAPPE ก็น่าสนใจเพราะปีนี้คาดว่าจะเติบโตดี จากฐานต่ำในปีที่แล้ว เป็นต้น

พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,760-1,790 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (15 พ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,706.41 จุด ร่วงลง 193.00 จุด (-0.78%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,711.45 จุด ลดลง 18.68 จุด (-0.68%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,351.63 จุด ลดลง 59.69 จุด (-0.81%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 87.90 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 11.89 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 137.31 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 1.19 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 11.90 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 7.26 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 3.63 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 16.49 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (15 พ.ค.61) 1,766.86 จุด ลดลง 6.24 จุด (-0.35%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,318.31 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 พ.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (15 พ.ค.61) ปิดที่ระดับ 71.31 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.5%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (15 พ.ค.61) ที่ 6.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.12 แนวโน้มอ่อนค่า มองกรอบ 32.05-32.20 ติดตามประชุมกนง.วันนี้
  • ครม.เคาะเพิ่มงบฯก่อสร้างสภาใหม่อีก 512 ล้านบาท แต่ตีกลับงบฯไอที 8 พันล้านบาท ให้ไปทบทวนใหม่ นายกฯ โวยของแพง ยอมไม่ได้ ไมโครโฟน 1.2 แสนบาท-นาฬิกา 7 หมื่นบาท "วิลาศ" ไม่แปลกใจ ครม.อนุมัติงบก่อสร้างสภาใหม่ ชี้แม่น้ำ 5 สายไหลไปทางเดียวกัน ตอกย้ำ หวังปราบทุจริตในยุค "ประยุทธ์" ไม่ได้ จ่อแฉปมตั้งงบตามเอกชนเสนอ ไม่มีราคากลาง
  • ก.พลังงานรับลูกมหาดไทยทบทวนแผนซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนใหม่ให้สอดรับกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องคาด ก.ย.ได้ข้อสรุป วงในแย้มแนวโน้มรับซื้อเพิ่มมากกว่า 500 เมกะวัตต์ ขณะที่สมาคมการค้าพลังงานขยะจ่อถกท่าทีสมาชิก 6 มิ.ย.หวังส่งสัญญาณรัฐย้ำราคารับซื้อหากต่ำไปลงทุนไม่เกิดแน่ ด้าน "ครม." ไฟเขียว บ.พีอีเอ เอนคอม ร่วมทุน 3 บริษัทเดินหน้าโรงไฟฟ้า ชีวมวล 3 จังหวัดชายแดนใต้ลงทุนรวม 1.5 พันล้านบาท
  • คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกรับเอกสารชี้ชวนการลงทุนประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ มีผู้ให้บริการโทรศัพท์ 3 รายหลักเข้ารับเอกสาร โดยกลุ่มบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส รับไป 2 ใบอนุญาต กลุ่มบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค รับไป 2 ใบอนุญาต และกลุ่มทรูมูฟ เอช รับไป 1 ใบอนุญาต ทำให้วันแรกมีการรับใบอนุญาตรวม 5 ใบ และจะเปิดให้รับเอกสารถึงวันที่ 14 มิ.ย.นี้
  • รายงานข่าวจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่เข้าแสดงเจตจำนงจะเข้าร่วมประมูลสำรวจและประมูลปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณและบงกช ได้เข้ายื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติเบื้องต้น (พรี ควาลิฟิเคชั่น) หรือพรีคิว 2 ราย ได้แก่ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต เข้ายื่นเอกสารเวลา 14.29 น. และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เวลา 15.15 น.

*หุ้นเด่นวันนี้

  • BLA (กรุงศรี) "ซื้อเก็งกำไร" เป้า 39 บาท ได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐ และของไทยที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากพอร์ตลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัทลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เมื่อ Bond yield สูงขึ้นจะทำให้กำไรจากพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้น
  • AMATA (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 30 บาท กำไรปกติ Q1/61 อยู่ที่ 413 ล้านบาท +31% Q-Q, +65% Y-Y ดีกว่าคาด จากยอดโอนที่ดินสูงถึง 107 ไร่ มากกว่า Q1/60 ที่โอนเพียง 35 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีมาร์จิ้นสูง โดยกำไร Q1/61 คิดเป็น 24% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 1.7 พันล้านบาท (+22% Y-Y) และด้วยยอดโอนที่ดินครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก จึงทะลุเป้าที่ 650 ได้ไม่ยาก พร้อมมองความเสี่ยงต่ำ เพราะกำลังได้ประโยชน์จาก EEC และมีกำไรจากธุรกิจสาธารณูปโภคช่วยจำกัด Downside อยู่ราว 35% ของกำไรรวมในแต่ละปี
  • CK (ทรีนีตี้) "ซื้อ"เป้า 32 บาท ทิศทางรายได้และกำไรยังคงแข็งแรงจากระดับ Backlog ที่ดี อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากรายรับดอกเบี้ยเงินกู้ของบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ปีละราว 800-1,000 ล้านบาท รอลุ้นภาครัฐทยอยเปิดประมูลโครงการตามแผน โดย CK สามารถเข้าประมูลงานก่อสร้างเอง หรือใช้กลยุทธ์การรับงานผ่านบริษัทลูก
  • BGRIM (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อ"เป้า 34 บาท ชอบ BGRIM จากการเติบโตของกำลังการผลิตต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ผลประกอบการเพิ่มไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีโอกาสเติบโตได้จากการลงทุนในต่างประเทศ โดยโครงการลงทุนในประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่ให้ความสนใจ ด้านเทคนิคกำลังแกว่งขึ้น ต้านสั้น 30 บาท รับ 27.5 บาท

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ