(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขยับขึ้นตาม ตปท.แต่ภาพรวมยังแกว่งแคบถึงอ่อนตัว-จับตาทิศทางลงทุนต่างชาติ

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 17, 2018 09:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยยังคงเหมือนเดิมที่จะขยับตัวขึ้นได้ก่อนในช่วงเช้าจากตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวขึ้น หลัง Bond Yield ของสหรัฐฯอ่อนตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นก็มีผลต่อหุ้นบางกลุ่มอย่าง PTTEP

อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่ของตลาดยังคงมีแรงขายกดดันออกมาในหุ้นขนาดใหญ่ แม้จะมีแรงซื้อหุ้นขนาดกลางตามที่มีประเด็นข่าวอย่างหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือหุ้นพลังงานขนาดกลาง ก็เชื่อว่าไม่ได้มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีมากนัก ทำให้ภาพรวมน่าจะยังแกว่งแคบถึงอ่อนตัว

นอกจากนี้ยังต้องติดตามแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติว่าจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ เพราะแม้จะกลับมาซื้อสุทธิเมื่อวานนี้ แต่ก็ Short ในตลาดฟิวเจอร์ส ทำให้ภาพการลงทุนยังไม่ชัดเจน ขณะที่นักลงทุนยังรอดูปัจจัยในประเทศหลังจากที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วานนี้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ยังต้องติดตามสัปดาห์หน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/61 และศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติตีความร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.)

รวมถึงยังต้องติตดตามปัจจัยจากต่างประเทศกรณีทิศทาง Bond Yield ของสหรัฐฯ, การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน เป็นต้น

พร้อมให้แนวรับที่ 1,744 และ 1,737 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,758 และ 1,765 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (16 พ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,768.93 จุด เพิ่มขึ้น 62.52 จุด (+0.25%) , ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,722.46 จุด เพิ่มขึ้น 11.01 จุด (+0.41%) ,ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,398.30 จุด เพิ่มขึ้น 46.67 จุด (+0.63%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 103.39 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.44 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 306.51 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 14.17 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 8.90 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 12.85 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 6.52 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (16 พ.ค.61) 1,750.62 จุด ลดลง 16.24 จุด (-0.92%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,135.46 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 พ.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (16 พ.ค.61) ปิดที่ระดับ 71.49 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือเกือบ 0.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 พ.ค.61) ที่ 6.86 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.03 แนวโน้มแข็งค่าจากแรงขายดอลล์ มองกรอบวันนี้ 31.95-32.10 จับตาเงินไหลออก
  • กนง.เล็งปรับเพิ่มจีดีพีปี 61 จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 4.1% หลังสัญญาณเศรษฐกิจดี พร้อมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยมีกรรมการ 1 ท่านลาประชุม ระบุเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงภายนอก จับตาผลกระทบนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ มาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ
  • กสิกรไทยชี้แนวโน้มเงินบาทในระยะสั้นยังอ่อนค่าหลังต่างชาติยังขายบอนด์ระยะสั้นและเป็นฤดูกาลจ่ายปันผล แต่ยังคงประมาณการเดิมที่ 32.00 และจะทบทวนอีกครั้งในเดือนมิ.ย. ด้านปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด-นโยบายอีซีบี และภัยธรรมชาติหลังปริมาณน้ำ 2 เขื่อนหลักสูงกว่า 7 ปีก่อน
  • กลุ่มสแตนชาร์ดประกาศพร้อมหนุนลูกค้าเข้าลงทุนใน"อีอีซี"ยอมรับหลายรายสนใจเข้าลงทุน ด้านแอร์เอเชียปักหมุดลงทุนเอ็มอาร์โออู่ตะเภา ทุ่ม 4.5 พันล้าน สร้างศูนย์ซ่อมรองรับฝูงบิน 200 ลำ พร้อมหานักลงทุนซับพอร์ตโลว์คอร์สเทอมินัล เสนอลดภาษีสนามบิน 50%
  • อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ทย.เตรียมดำเนินการศึกษาวางแผนแม่บทกลยุทธ์ลงทุนระยะยาว 20 ปี ช่วงปี 2561-81 เพื่อพัฒนาสนามบินภูมิภาค 28 แห่งทั่วประเทศภายใต้ ทย.รองรับการเติบโตของปริมาณผู้โดยสาร เฉลี่ยโตปีละกว่า 7% ซึ่งผลการศึกษาแผนแม่บทจะเสร็จภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มวางแผนพัฒนาสนามบินทุกภูมิภาคในปี 2562 ให้สามารถรองปริมาณผู้โดยสารได้มากกว่า 60 ล้านคน ในปี 2581 จากปีละ 15 ล้านคน/ปี
  • นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยในเดือน เม.ย.61 ว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 61 (ม.ค.-เม.ย.) รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยได้แตะ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% แยกเป็น รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 731,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% และนักท่องเที่ยวไทย 267,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% หลังจากภาพรวมของเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวทั้งปีจะถึงเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวประมาณ 37-38 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนที่มี 35 ล้านคน
  • รักษาการ รฟท.เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า รฟท.กำลังศึกษารายละเอียดของพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) พ.ศ.2561 เพื่อนำมาหาข้อสรุปของเงื่อนไข การเปิดให้เอกชนร่วมประมูลโครงการฯมั่นใจว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนพ.ค.นี้ สำหรับเอกชนที่แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูล คือกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ส่วนต่างชาติที่จะเข้าร่วมประมูลคือ ญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป
  • ประมูล "เอราวัณ-บงกช"คึกคัก"ศิริ"การันตีไม่ล้ม สิ้นปีได้ผู้ชนะ หลังยักษ์ปิโตรเลียมตบเท้ายื่นหลักฐาน แสดงคุณสมบัติ เผย 4 ใน 5 รายที่ยื่น ขอแข่งทั้ง 2 แหล่ง มีเพียงโททาลพุ่งเป้า "เอราวัณ" บิ๊ก "มูบาดาลา" มั่นใจประสบการณ์ผลิต ภายใต้ระบบ "พีเอสซี" จากทั่วโลก พร้อมโชว์ทุน 5.6 หมื่นล้าน ท้าชิงทั้ง 2 แหล่ง

*หุ้นเด่นวันนี้

  • SPA (ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี) แนะ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 21.20 บาท แม้กำไรสุทธิไตรมาส 1/61 จะต่ำกว่าที่คาด 7% ที่ 56 ล้านบาท (+24.4% yoy, +23.2% qoq) แต่เป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งและเป็นไตรมาสที่สูงสุด โดยการเติบโตของกำไรที่ดีมาจาก 1) SSSG ที่ +14.5% และ 2) จำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น 13 สาขาเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ได้ลดประมาณการ FY61-63F โดยลด EPS ลง 6-8% เพื่อสะท้อนผลดำเนินการที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1/61 แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกกับ SPA จาก 1) จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 2) รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากสินค้า spa และ 3) การเปิดสาขาในต่างประเทศ
  • BANPU (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) แนะ"T-BUY" ราคาเป้าหมาย 25 บาท โดยมีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์แนวโน้มตลาดถ่านหินในปี 61 คาดตึงตัว หนุนโดยการเติบโตของอุปสงค์การใช้ถ่านหิน ขณะที่อุปทานใหม่มีแนวโน้มทำได้ต่ำกว่าคาด รวมถึงต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยผลักดันราคาถ่านหินให้ยืนต่อได้ในระดับสูง จากแนวโน้มผลประกอบการ 2Q61 ที่คาดฟื้นตัวทั้งจากกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจถ่านหินและไฟฟ้า รวมถึงรายจ่ายพิเศษที่ไม่เกิดซ้ำ
  • GULF(เคทีบีฯ) แนะ"ซื้อ"ราคาเหมาะสม 80 บาท เมื่อวานนี้ GULF แจ้งบริษัทย่อย GIH เซ็นสัญญาร่วมทุนถือหุ้น 49% พัฒนาโซลาร์ฟาร์มโครงการ TTCIZ-02 ในเวียดนาม 50 MW มูลค่าโครงการ 53.40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,700 ล้านบาท คาดเริ่มสร้างไตรมาส 3/61 มุมมองเชิงบวกต่อพัฒนาการธุรกิจในเวียดนามซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากการร่วมทุนก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตรวมในเวียดนามตอนนี้ราว 100MW (GULF ถือ 49%) เดินหน้าตามแผนใน Pipeline ที่ตั้งเป้าลงทุนโซล่าในเวียดนาม 200MW ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีกำหนด COD ในช่วงกลางปี 62

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ