บล.กสิกรไทย เพิ่มเป้า SET ปีนี้เป็น 1,898 จุด จากเดิม 1,888 จุด ตามคาดการณ์ GDP โต 4.5% รับผลบวกท่องเที่ยว-ลงทุนหนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday June 8, 2018 17:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปรับเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปีนี้เป็น 1,898 จุด จากเดิมคาดการณ์ดัชนีฯที่ 1,888 จุด หลังปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เพิ่มเป็น 4.5% จากเดิม 4% หลังได้รับผลดีจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นชัดเจน รวมถึงการบริโภคนอกภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องประกอบกับการลงทุนภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้น จากตัวเลขการจัดซื้อจัดจ้างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ อาทิ บมจ.ปตท. (PTT)

สำหรับหุ้นกลุ่มที่มีผลประกอบการอ้างอิงตามเศรษฐกิจของประเทศจะได้รับประโยชน์ มีอยู่ 2 กลุ่มหลักคือ 1.) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่มียอดปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ไม่มีความกังวลต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยการปรับตัวเพิ่มในรอบใหม่ นับว่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.9-3% เท่านั้น ทั้งนี้ แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้แก่ BBL, KTB, TISCO

และ 2.) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ปีนี้มีแผนการเปิดโครงการรวมทั้งหมด 266 โครงการ (อ้างอิงจาก 9 บริษัท) มูลค่ารวมกว่า 3.4 แสนล้านบาท โดยมีการเปิดโครงการในไตรมาสที่ 1/61 ไปแล้ว 4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าไตรมาสที่ 2/61 จะเปิดรวมอีก 6 หมื่นล้านบาท ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง มองว่าจะเปิดโครงการใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คือเปิดโครงการเฉลี่ยไตรมาสละ 1.2 แสนล้านบาท จากผู้ประกอบการที่มีความมั่นใจในอุปสงค์และเศรษฐกิจที่ยังเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ทั้งนี้ แนะนำหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้แก่ AP, LH, SPALI, QH, ORI

ส่วนกลุ่มที่มองว่าน่าสนใจเพิ่มเติม ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเริ่มมีการขายซองเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) ในช่วงที่ผ่านมา และได้รับประโยชน์จากความชัดเจนในการเลือกตั้ง ที่ทำให้คาดว่าจะมีการเร่งเปิดประมูลโครการต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี โดยแนะนำหุ้นกลุ่มรับเหมาได้แก่ STEC, CK ส่วนกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPALL, CPN, BEAUTY และกลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ KCE ซึ่งได้รับผลดีตามเศรษฐกิจโลกที่เติบโต

นายประกิต กล่าวอีกว่า ในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมีปริมาณขายหุ้นสุทธิสูงสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในอดีตที่ผ่านมา ที่ระดับ 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) จากปัจจัยการเมืองโลก โดยเชื่อว่าจะนักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ทำให้เห็นกระแสเงินไหลเข้า ซึ่งมีโอกาสทำให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวแรง จากความชัดเจนการเลือกตั้งไทย และการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็น 80% จากเดิม 60% ในช่วงเดือนพ.ค.61 ที่ผ่านมา และอาจปรับเป็น 100% ในอนาคต

https://www.youtube.com/watch?v=_6D6csylDnU&feature=youtu.be


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ