ข่าวอินโฟเควสท์
14:37 "ทรัมป์"เสนอชื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำแคนาดาเป็นทูตประจำ UN คนใหม่   ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในวันศุกร์ว่า เขาได้เลือกนางเคลลี ไนต์ …
14:14 ก.ต่างประเทศเวียดนามเผย"คิม จอง อึน"จะเดินทางเยือนเวียดนามเร็วฯนี้ก่อนซัมมิตสัปดาห์หน้า   กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามประกาศบนเว็บไซต์ในวันน…
13:26 รมว.การค้า EU เห็นพ้องส่งเสริมการค้าเสรีภายใต้ WTO ขณะวิตกนโยบายการค้าสหรัฐ   นายสเตฟาน ราดู โอเปรีย รมว.การค้าของโรมาเนียเปิดเผยว่า การส่งเสริ…
12:28 เวเนซุเอลาสั่งปิดสะพานข้ามแดน 3 แห่ง แจงโคลอมเบียคุกคามสันติภาพและอธิปไตย   นางเดลซี่ โรดิเกซ รองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาเปิดเผยในทวิตเตอร์ว่า…
12:11 MK กางแผนปี 62 เปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4.56 พันลบ. ,วางเป้ากำไรอสังหาฯ-ธุรกิจเช่าและบริการ เป็น 50:50 ในปี 64   นายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ ประธา…

ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดพุ่ง 9.78 จุด ตามภูมิภาคหลังคลายกังวลสงครามการค้า, หวังเงินทุนไหลกลับในช่วงประกาศงบฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 18 กรกฎาคม 2561 17:25:09 น.
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,635.85 จุด เพิ่มขึ้น 9.78 จุด (+0.60%) มูลค่าการซื้อขาย 46,621.49 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,638.52 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,630.04 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 649 หลักทรัพย์ ลดลง 511 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 450 หลักทรัพย์

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าของสหรัฐฯ กับจีน ที่หลายฝ่ายมองว่าจะสามารถเจรจากันได้

นอกจากนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้มีกระแสเงินทุนไหลกลับมาเข้ามาอีกครั้ง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่นักลงทุนต่างมองว่าน่าสนใจจึงกลับมาลงทุนอีกครั้ง หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปมากในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเริ่มเบาบางลง

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) นายธีรวุฒิ คาดว่า ดัชนีฯจะแกว่งไซด์เวย์ โดยยังต้องติดตามผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่กำลังทยอยประกาศออกมา หากมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจะเป็นแรงผลักดันดัชนีฯให้สามารถปรับตัวขึ้นต่อได้อีก

ขณะเดียวกันเงินบาทในช่วงนี้ก็มีแนวโน้มชะลอการอ่อนค่า ส่งผลต่อกระแสเงินทุนไหลออกที่ชะลอตัวลงไป ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันน้อยลง ส่วนปัจจัยในต่างประเทศที่ต้องติดตามนั้นแกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน

พร้อมให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,620-1,630 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

PTT      มูลค่าการซื้อขาย 4,762.70 ล้านบาท ปิดที่  49.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท

KTC      มูลค่าการซื้อขาย 3,369.20 ล้านบาท ปิดที่  31.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

AOT      มูลค่าการซื้อขาย 2,667.01 ล้านบาท ปิดที่  61.00 บาท ลดลง  0.50 บาท

PTTEP    มูลค่าการซื้อขาย 1,634.39 ล้านบาท ปิดที่ 130.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK    มูลค่าการซื้อขาย 1,602.14 ล้านบาท ปิดที่ 199.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง