ข่าวอินโฟเควสท์
15:50 ชิลีประกาศภาวะฉุกเฉินหลังเกิดจลาจลจากเหตุประท้วงการขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีเซบาสเตียน พิเนราของชิลีได้ประ…
15:05 จับตารัฐสภาอังกฤษลงมติข้อตกลง Brexit วันนี้ ขณะ "บอริส จอห์นสัน" ยันจะออกจาก EU ตามกำหนด   สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาอังกฤษจะเริ่มการประชุม…
14:22 ผู้ว่าฯแบงก์ชาติจีนยืนยันดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบต่อไป   เว็บไซต์ของธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยแถลงการณ์ในวันนี้ระบุว่า นายหยี่ กัง ผู้ว่า…
13:52 รมว.คลังสหรัฐหนุนข้อเสนอเพิ่มเงินกองทุน IMF ให้พร้อมรับมือภาวะวิกฤต   นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า เขาขานรับข้อเสนอที่จะเ…
12:58 หุ้น "โบอิ้ง" ร่วงหนัก หลังเอกสารใหม่ชี้นักบินปกปิดปัญหาระบบควบคุมการบินเครื่อง 737 MAX   ราคาหุ้นโบอิ้งปิดร่วงลง 6.79% เมื่อคืนนี้ (18 ต.ค.) ห…

SCC ลงนามสัญญาเงินกู้ 3.2 พันล้านเหรียญฯโครงการปิโตรฯคอมเพล็กซ์ เวียดนาม กับ 6 แบงก์ใน-ตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 16:31:47 น.

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือเอสซีจี เดินหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจรรายแรก ในประเทศเวียดนาม ล่าสุดลงนามในสัญญาเงินกู้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐจำนวนกว่า 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 110,000 ล้านบาท กับ 6 สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น , ธนาคารมิซูโฮ , ธนาคารกรุงเทพ (BBL)  ,ธนาคารกรุงไทย (KTB) ,ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) มีระยะเวลาเงินกู้ประมาณ 14 ปี โดยมีธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า โครงการ Long Son Petrochemicals หรือ LSP เป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรขนาดใหญ่ระดับ World Scale ในเวียดนาม มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 5,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 180,000 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนหลักของเอสซีจีในปัจจุบัน การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจเคมิคอลส์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบสูงทำให้ได้เปรียบทางการแข่งขัน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาคิดค้นนวัตกรรมเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

โดยจะเริ่มการก่อสร้างในไตรมาส 3/61  และคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566  เพื่อรองรับความต้องการภายในเวียดนามที่ปัจจุบันสูงถึงปีละ 2.3 ล้านตัน และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในระดับสูง

LSP ตั้งอยู่ที่เมือง Ba Ria – Vung Tau ห่างจากนครโฮจิมินห์ประมาณ 100 กิโลเมตร มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.6 ล้านตันต่อปี สำหรับผลิตเม็ดพลาสติกชนิด HDPE LLDPE และ PP โดยโครงการมีการดำเนินงานอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมของเวียดนามได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง