(เพิ่มเติม) PSH ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้หลัง H1/61 หดตัว แต่คงเป้ายอดขายแม้ลดจำนวนเปิดตัวโครงการใหม่เน้นคอนโดฯดันยอด

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 10, 2018 15:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) เปิดเผยว่า บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ในปี 61 ลงเหลือ 4.7 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ 5.05 หมื่นล้านบาท หลังจากสรุปผลงานงวดครึ่งปีแรกทำรายได้เพียง 1.92 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายรวม 2.43 หมื่นล้านบาท มีรายได้ 1.92 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2.42 พันล้านบาท พร้อมกับเปิดโครงการไหม่ไปแล้ว 26 โครงการ มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท

แต่บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 5.37 หมื่นล้านบาท แม้จะปรับลดจำนวนการเปิดโครงการใหม่เหลือ 68 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6.14 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่วางแผนเปิดโครงการใหม่ 77 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6.78 หมื่นล้านบาท โดยที่ได้เลื่อนการเปิดโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ออกไป 9 โครงการ เพราะบริษัทหันมาเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของคอนโดมิเนียม และเพิ่มมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) เพื่อรองรับรายได้ในอนาคต

ในครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่อีก 42 โครงการ มูลค่ารวม 4.15 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการไฮไลท์หลายโครงการทั้งในกลุ่มธุรกิจพรีเมียมและกลุ่มธุรกิจแวลู โดยเน้นการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างยอดขาย และเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ของคอนโดมิเนียม ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว 3.21 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในครึ่งปีหลัง 1.32 หมื่นล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปถึงปี 64

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้เพิ่มช่องทางการขาย New sale Channel อีก 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.การขายผ่านตัวแทนขาย (โบรกเกอร์) ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนียมที่เป็นชาวต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น 2.ขายผ่านองค์กรที่เป็นพันธมิตร พร้อมกับมอบส่วนลดพิเศษ ซึ่งปัจจุบัน PSH มีองค์กรพันธมิตรถึง 1,314 แห่ง (รวมบริษัทในเครือ) โดยในครึ่งปีแรกมียอดขายจากสองช่องทางใหม่คิดเป็นสัดส่วน 28% ของยอดขายทั้งหมด

และอีกช่องทางที่เพิ่มขึ้น คือ 3.Pruksa Member สมาชิกพฤกษาแนะนำผู้ซื้อ ซึ่งผู้แนะนำจะได้รับสิทธิพิเศษตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยที่ผ่านมาพบว่า 47% ของลูกค้าที่ได้รับการแนะนำจะซื้อที่อยู่อาศัยของพฤกษา และที่สำคัญบริษัทมีฐานข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าขนาดใหญ่มากกว่า 1 ล้านข้อมูล ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าต่างๆที่อยู่ไนฐานข้อมูลเพื่อผลักดันยอดขายได้ดียิ่งขึ้น

นางสุพัตรา กล่าวว่า แนวโน้มยอดขายและรายได้ในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะสูงกว่าครึ่งปีแรกและการเติบโตของยอดขายและรายได้จะพลิกกลับมาเป็นบวกจากครึ่งปีแรกที่หดตัว จากการปรับกลยุทธ์การขายและการปรับรูปแบบการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาด โดยที่การขายจะเน้นการทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น และใช้ช่องทางการขายทั้งโบรกเกอร์จากต่างชาติ บริษัทนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ และการแนะนำของลูกบ้านพฤกษา

ขณะที่รูปแบบการพัฒนาโครงการนั้น ในส่วนของโครงการทาวน์เฮาส์ จะเน้นไปที่การพัฒนาโครงการในระดับราคา 3-5 ล้านบาท มากขึ้น จากปัจจุบันที่โครงการทาวน์เฮาส์ของพฤกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยับราคาขายโครงการขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาด ซึ่งพฤกษายังไม่ได้เข้าไปรุกมาก แต่ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดของทาวน์เฮาส์บริษัทยังสามารถเป็นผู้นำอันดับหนึ่งได้ ด้านโครงการบ้านเดี่ยวจะรุกตลาดในระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปมากขึ้น ทำให้ในปีนี้บริษัทจึงตัดสินใจเลื่อนการเปิดโครงการแนวราบทั้งทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวออกไป 9 โครงการ มูลค่ารวม 7-8 พันล้านบาท เพื่อเป็นการปรับแผนการพัฒนาโครงการแนวราบใหม่

ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมที่บริษัทกลับมารุกมากขึ้นเป็นเพราะความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในตลาดเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น และเป็นโครงการที่สามารถสร้างยอดขายและรองรับการรับรู้รายได้ในอนาคตให้กับบริษัทได้ ทำให้บริษัทพิจารณาเพิ่มคอนโดมิเนียมในกลุ่มแวลูในปีนี้อีก 2 โครงการ มูลค่า 3-4 พันล้านบาท จากเดิมที่จะเปิดคอนโดมิเนียมกลุ่มแวลู 8 โครงการ มูลค่ารวม 1.28 หมื่นล้านบาท และเป็นการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ให้กับกลุ่มคอนโดมิเนียมของพฤกษาอีกด้วย เพื่อที่จะเป็นผู้นำในตลาดได้ในทุกประเภทโครงการ ซึ่งสัดส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% ในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่ 35%

"แม้ว่าครึ่งปีแรกยอดขายและรายได้ของพฤกษาจะปรับตัวลดลง แต่กำไรของพฤกษาก็ยังทรงตัวจากปีก่อน เพราะการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆที่มีประสิทธิภาพ และเราก็มั่นใจว่าครึ่งปีหลังตัวเลขของบริษัทก็จะกลับมาเป็นบวกได้ แม้ว่าเราจะปรับลดเป้ารายได้ลง โดยที่เอาปัจจัยบางอย่างที่เป็นความเสี่ยงออก แต่เราก็คาดว่าบรรทัดสุดท้ายก็น่าจะออกมาดีกว่าปีที่แล้ว"นางสุพัตรา กล่าว

ด้านงบซื้อที่ดินในปีนี้ที่ตั้งไว้ 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการซื้อที่ดินจำนวน 70 แปลง ในครึ่งปีแรกได้ใช้ไปแล้ว 9.26 พันล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินเข้ามา 38 แปลง

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ในเครือ PSH กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังจะมีการปรับพอร์ตเน้นการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น เพื่อเป็นการวางเป้าหมายรายได้ในระยะยาว โดยเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 10 โครงการ คิดเป็น 40% ของพอร์ตรวมทั้งหมด ซึ่งมีหลากหลายทำเลทั้งไจกลางเมืองย่านธุรกิจและตามแนวรถไฟฟ้า คาดว่าจะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในกลุ่มคอนโดมิเนียมได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนโครงการบ้านเดี่ยวจะเน้นการสร้างความแตกต่างทั้งในด้านดีไซน์ ฟังก์ชั่น สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากที่สุด โดยที่ในครึ่งปีหลังนี้จะมีการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จใหม่จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ พลัมคอนโด ปิ่นเกล้า สเตชั่น, พลัมคอนโด รามคำแหง สเตชั่น, เออร์บาโน่ ราชวิถี และแชปเตอร์วัน อีโค รัชดา-ห้วยขวาง มูลค่ารวม 1.22 หมื่นล้านบาท

ประกอบกับแนวโน้มของอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าพฤกษาในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำเพียง 4.8% จากกลยุทธ์บ้านพร้อมขาย (Ready to Move in) และ Pre-Approve ทั้งบ้านและทาวน์เฮาส์

ส่วนความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจเฮลท์แคร์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงพยาบาลวิมุติ คาดว่าจะสามารถเปิดใหม่บริการได้ในช่วงไตรมาส 3/63 ซึ่งระหว่างนี้มีแผนเปิดคลินิค "บ้านหมอวิมุต" ซึ่งเป็นคลินิกที่เปิดให้บริการรักษาโรคทั่วไป รวมถึงให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกับผู้อาศัยในชุมชน เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต่อยอดจากโรงพยาบาลวิมุต โดยจะเปิดโครงการนำร่องให้บริการที่แรกในย่านรังสิต คลอง 3 จ.ปทุมธานี ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งย่านรังสิตถือเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ และมีโครงการของพฤกษาอยู่เป็นจำนวนมาก และจะขยายไปยังชุมชนอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยที่จะเน้นในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลัก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ