(แก้ไข) รพ.พระรามเก้า คาดเข้าตลาดหุ้นปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 ระดมทุนส่วนใหญ่สร้างอาคาร-สนง.ใหม่,เล็งร่วมทุน SC ทำบ้านผู้สูงอายุ

ข่าวหุ้น-การเงิน 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561 18:11 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ รองประธานกรรมการ กรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้นและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ราวปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 โดยมี บล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยการระดมทุนครั้งนี้เงินที่ได้ส่วนใหญ่ไปใช้ในโครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัยพยาบาล 8 ชั้นใกล้กับอาคารแห่งใหม่ 16 ชั้น และสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ 4-5 ชั้น

(แก้ไข) รพ.พระรามเก้า คาดเข้าตลาดหุ้นปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 ระดมทุนส่วนใหญ่สร้างอาคาร-สนง.ใหม่,เล็งร่วมทุน SC ทำบ้านผู้สูงอายุ

ขณะที่อาคารโรงพยาบาลพระรามเก้าแห่งใหม่ 16 ชั้น มูลค่าลงทุนกว่า 2 พันล้านบาทอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ปัจจุบันสร้างไปแล้ว 10 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4/62 เพื่อให้บริการกับคนไข้ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยนอก (OPD) ที่จะย้ายเข้ามาใช้อาคารแห่งใหม่เป็นหลัก โดยคาดว่าหลังจากเปิดให้บริการแล้วจะรองรับผู้ป่วย OPD เพิ่มขึ้นเป็น 2,000-3,000 คน/วัน จากอาคารเดิมที่รองรับได้ 1,300 คน/วัน

นายแพทย์สุธร ชุตินิยมการ รองกรรมการผู้อำนวยการ (ฝ่ายบริหาร) และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการ (ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปีนี้รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี โดยจะเน้นการเพิ่มศักยภาพของการรักษาให้สูงขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งยังต้องมีความต้องการเพิ่มทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอีก 30-40% พร้อมกับการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อทำให้การบริการต่างๆ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และทำให้การบริหารต้นทุนต่างๆ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

พร้อมกันนั้น โรงพยาบาลได้ตั้งงบการปรับปรุง (รีโนเวท) อาคารเดิมไว้ที่ 300-500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงห้องปฏิการทางการแพทย์เพิ่มเทคโนโลยีการรักษาให้ทันสมัย รองรับการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และตั้งลงทุนด้านดิจิทัล 50 ล้านบาทในช่วง 3 ปีเพื่อการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ

นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติเพิ่มเป็น 20-25% ของรายได้รวม จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม โดยจะขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งคนไข้จากกัมพูชาและเมียนมาเข้ามารักษากับทางโรงพยาบาลพระรามเก้า และอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมืตรในจีนให้เป็นเครือข่ายเพิ่มเติม เนื่องจากชาวจีนส่วนใหญ่นิยมจะเข้าใช้บริการด้านการผสมเทียมเด็กในหลอดแก้วในไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ