ATP30 คาดสัดส่วนรายได้เดินรถท่องเที่ยวปี 62 เพิ่มเป็น 10% จากปีนี้ 3% หลังรับรู้ฯ RP เต็มปี,เจรจาลูกค้าใหม่ 3 ราย

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 12, 2018 14:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอทีพี 30 (ATP30) คาดว่า สัดส่วนรายได้จากการให้บริการรถเพื่อการท่องเที่ยวในปี 62 จะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 3% โดยบริษัทจะรับรู้รายได้จากบริษัท อาร์พี ทรานสปอร์ตเทชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) เพื่อให้บริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพ-เกาะพะงัน ด้วยรถบัส 32 ที่นั่ง จำนวน 2 คัน ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 นี้ และทาง RP เองก็มีแนวคิดที่จะเปิดเส้นทางอื่นๆเพิ่มเติมด้วย ประกอบกับการให้บริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวภาคตะวันออกจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจราจากับลูกค้ารายใหม่ 3 ราย โดยพันธมิตรทั้ง 3 รายได้ส่งสัญญาณเพิ่มจำนวนรถตามปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่จะทยอยกลับเข้ามาในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งบริษัทได้เตรียมรถรองรับการให้บริการเรียบร้อยแล้ว 30 คัน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/61 นี้ และจะเริ่มให้บริการลูกค้าได้ในปี 62 เป็นต้นไป

นายปิยะ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 20% โดยทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดยเป็นผลมาจากการให้บริการรถรับส่งทั้งหมดที่มี 265 คัน ประกอบกับบริษัทได้เตรียมรถไว้ 5-10 คัน รองรับการให้บริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวภาคตะวันออกในช่วงไตรมาส 4/61

"ภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/61 จะเติบโตในเกณฑ์ดี จากจำนวนรถที่ให้บริการเพิ่มกับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่จำนวน 20 คัน และมีรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาเสริม อีกทั้งมีรถที่หมดค่าเสื่อมรวม 23 คัน นอกจากนี้บริษัทยังมีการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรได้ในระดับสูง"นายปิยะ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาแอพพลิเคชัน ATP30BEAM เพื่อเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้าและพนักงานที่ใช้บริการ ให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งรถพร้อมกับระบุเวลารับ-ส่งได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ลูกค้าทดลองใช้บริการฟรี ซึ่งแอพพลิเคชัน ATP30BEAM ยังสามารถรองรับการให้บริการ Smart City ที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาการให้บริการเพื่อรองรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในอนาคตอีกด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ