SGP จับมือ EGATi เข้าประมูลขาย LNG ให้ กฟผ.คาดชัดเจนต้นปี 62 พร้อมเล็งสร้างท่าเรือ-คลัง LNG,แนวโน้ม H2/61 โตดี

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 12, 2018 17:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางจินตณา กิ่งแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดตั้งบริษัทย่อยร่วมกับ บริษัท กฟผ.อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด (EGATi) เพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งจะเปิดรับข้อเสนอภายในวันที่ 14 ก.ย.61 โดย กฟผ.มีความต้องการนำเข้า LNG จำนวน 1.5 ล้านตัน/ปี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการ (supplier) เข้ามาเสนอขาย LNG ให้บริษัทแล้วจำนวน 3 ราย ในราคาที่มองว่าสามารถแข่งขันได้ คาดว่าจะสามารถมีความชัดเจนได้ภายในต้นปี 62

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อสร้างท่าเรือและคลัง LNG ในจังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบันมีที่ดินรองรับแล้วจำนวนกว่า 100 ไร่ ทั้งนี้คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในไตรมาส 4/61 ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอหน่วยงานรัฐอนุมัติการนำเข้า LNG ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุนเอกชนเข้ามาดำเนินการเพิ่มขึ้น

สำหรับในส่วนของธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทนั้น ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะได้รับผลบวกราคา LPG ในตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้นตามช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ซึ่งจะผลักดันให้ผลประกอบการช่วงครึ่งหลังของปีนี้เติบโตได้ดีด้วย โดยราคาขาย LPG ณ สิ้นไตรมาส 3/61 ยังเคลื่อนไหวในระดับสูงที่ 617.50 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากไตรมาส 2/61 ที่อยู่ระดับ 560 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้มั่นใจว่ารายได้ปี 61 จะสามารถทำได้ที่ระดับ 6.5 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 10% จากปีก่อนตามเป้าหมายที่วางไว้

ประกอบกับ บริษัทยังได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอในประเทศจีน และมาเลเซีย รวมถึงยอดขาย Trading ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดส่งออกใหม่ ๆ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านในแถบ CLMV และตลาดใหม่ ๆ ในแถบเอเชียตะวันออกที่มีความต้องการใช้ LPG เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มั่นใจว่ายอดขายในปีนี้จะแตะที่ระดับ 3.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.2 ล้านตัน ขณะที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศกว่า 70%

สำหรับธุรกิจ LPG ในจีนนับว่ามียอดขายที่เติบโตได้ดี อีกทั้งปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น บริษัทเตรียมที่จะขยายการขายออกไปยังจีนตอนกลางเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับบริษัทมองว่ามีความได้เปรียบในการนำเข้าเพื่อขายในจีนเนื่องจากบริษัทนำเข้า LPG จากประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่ถูกเรียกเก็บภาษี 25%

นางจินตณา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อธุรกิจ LPG ขนาดใหญ่ที่บังคลาเทศ มูลค่าราว 600-700 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรุปราคาซื้อขาย จากนั้นจึงจะสามารถเริ่มบรรจุก๊าซเพื่อขายได้ ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังบังคลาเทศเนื่องจากตลาดมีขนาดค่อนข้างใหญ่

ส่วนการก่อสร้างคลังบรรจุ LPG ที่ North Port ในมาเลเซีย คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในปี 61 ส่วนคลังบรรจุ LPG ในปีนังคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/62 ซึ่งใช้งบลงทุนที่ละไม่เกิน 22 ล้านเหรียญสหรัฐ และการก่อสร้างคลังบรรจุ LPG ในเมียนมา คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 62 โดยบริษัทเข้าร่วมทุน 65% กับพันธมิตรท้องถิ่น

พร้อมกันนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเข้าลงทุนคลังบรรจุก๊าซและท่าเรือในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในต้นปี 62 ซึ่งบริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วน 55% ส่วนบริษัทพันธมิตรถือหุ้น 45% โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ