(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้พักตัว หวั่นกลุ่ม Global Plays เผชิญผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday September 17, 2018 09:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะพักฐานหลังจากที่ได้ปรับขึ้นไป 3 วันรวม 50 จุด โดยให้ระวังหุ้นกลุ่ม Global Plays อย่างหุ้นในกลุ่มน้ำมัน, กลุ่มปิโตรเคมี เนื่องจากอาจจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าทางสหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเก็บในอัตรา 10% ขณะที่ยังต้องติดตามความคืบหน้าว่าทั้งจีนและสหรัฐฯจะมีการเจรจาทางการค้าระหว่างกันหรือไม่ หลังจากที่สัปดาหี์ที่แล้วจีนได้ตอบรับคำเชิญจากสหรัฐฯ หรือจะเลื่อนออกไปก่อน

อย่างไรก็ดีปัจจัยในประเทศในเรื่องความคืบหน้าการเลือกตั้งซึ่งสอดคล้องกับโรดแมพของรัฐบาล ทำให้หุ้นในกลุ่ม Domestic Plays อาจได้รับประโยชน์ตรงนี้ จึงแนะนำให้ลงทุน อย่างหุ้น SCC, MBK รวมถึง PLANB เป็นต้น

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะปรับตัวลงเฉลี่ย 0.5-0.6% โดยตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลงแรงเช้านี้ เนื่องจากยังได้รับผลกระทบจากพายุมังคุดด้วย

พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,715-1,730 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (14 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,154.67 จุด เพิ่มขึ้น 8.68 จุด (+0.03%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,904.98 จุด เพิ่มขึ้น 0.80 จุด (+0.03%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,010.04 จุด ลดลง 3.67 จุด (-0.05%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 10.35 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 256.50 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 13.64 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 3.70 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 11.71 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 11.73 จุด

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการเนื่องในวันผู้สูงอายุ และตลาดหุ้นมาเลเซีย ปิดทำการเนื่องในวันชาติ

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (14 ก.ย.61) 1,722.21 จุด เพิ่มขึ้น 4.25 จุด (+0.25%)
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 328.75 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ก.ย.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (14 ก.ย.61) ปิดที่ 68.99 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.6%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (14 ก.ย.61) ที่ 5.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.70 มองกรอบวันนี้ 32.65-32.75 จับตาข้อพิพาทการค้าสหรัฐฯ-จีน ประชุมกนง.กลางสัปดาห์นี้
  • สมาคมตราสารหนี้ไทย เผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบันมีเอกชนมาขอขึ้นทะเบียนออกหุ้นกู้แล้ว มูลค่า 6.39 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นปีที่ภาคเอกชนมาออกหุ้นกู้ทำสถิติสูงสุดใหม่ เพราะต้องการล็อคต้นทุนทางการเงินไว้ เนื่องจากประเมินว่าในปีหน้าทิศทางดอกเบี้ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เผยกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีแผนจะนำโครงการมอเตอร์เวย์นครปฐมชะอำ (M8) เข้าระดมทุนในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) โดยการแบ่งรายได้ในแต่ละปีจากมอเตอร์เวย์ 2 สายที่เปิดใช้แล้วนำเข้ากองทุนนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากโครงการนี้ได้เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (พีพีพี) ซึ่งใช้รูปแบบพีพีพี เน็ต คอสต์ คือเปิดประมูลเพียงสัญญาเดียวทั้งงานก่อสร้างและงานระบบ โดยภาครัฐดูแลเรื่องงานเวนคืนและช่วยค่าก่อสร้างบางส่วน ขณะที่เอกชนลงทุนและรับความเสี่ยงเองทั้งหมด โดยแบ่งรายได้ให้รัฐตามที่ตกลงกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถเข้ารูปแบบที่จะระดมทุนผ่าน TFF ได้
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 3-4 เดือนก่อนประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน จะเร่งผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมและสำคัญให้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเปิดประกวดราคาให้ได้มากที่สุด และต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ซึ่งโครงการสำคัญ ๆ นี้มีมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 3 แสนล้านบาท หากผลักดันออกมาแล้วจะเป็นแรงส่งที่สำคัญของเศรษฐกิจ
  • สื่อต่างชาติรายงานว่า รัฐบาลจีนอาจปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบใหม่ตามข้อเสนอของสหรัฐ หากคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม ขณะที่มีรายงานข่าวว่าคณะทำงานของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์เตรียมประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนล็อตใหม่ในวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ในการประชุมครั้งนี้ โดยมองว่า ความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบการประชุมครั้งนี้ยังมีไม่มาก แม้ว่าภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังมีปัจจัยความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงินยังไม่น่าจะเปลี่ยนท่าทีในการดำเนินนโยบายการเงินในการประชุมครั้งนี้

*หุ้นเด่นวันนี้

  • EPG (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 12 บาท ปีนี้ทุกธุรกิจจะฟื้นตัว EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติก) ดีขึ้นเพราะการแข่งตัดราคาเริ่มลดลง Aeroflex (ฉนวนยาง) ได้แรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐาน และ Aeroklas (ชิ้นส่วนรถยนต์) จะมีการออกสินค้าใหม่เพิ่ม คาดกำไรปี 2562 (เม.ย.61-มี.ค.62) ที่ 1,251 ล้านบาท +26% Y-Y และคาด +17% Y-Y ทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2563 ที่ 1,460 ล้านบาท ด้านราคาหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน และคิดเป็น PE2562-2563 ราว 18-20 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 24 เท่า
  • PLANB (เออีซี) "ซื้อ"เป้า Consensus 7.8 บาท ปี 61 คาดกำไรโต 41.5%YoY หนุนด้วยเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่ 20%YoY จากแนวโน้มสดใสของธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ส่งผลให้คาดอัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณา (Utilization rate) จะเพิ่มเป็น 74-77% จากปี 60 ที่ 69% อีกทั้งบริษัทมีแผนเพิ่มพื้นที่สื่อโฆษณา(Capacity) ขึ้นอีก 10-15% รองรับทิศทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
  • CPALL (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 80 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน ทำให้ CPALL กลายเป็นหุ้นเป้าหมายที่นักลงทุนสถาบันจะซื้อคืน
  • STA (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้าสูงสุด Consensus 15.5 บาท เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจจากเป็นผู้ผลิตขั้นกลาง (วัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์ยาง) ไปสู่ผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ (ถุงมือยาง) ในสัดส่วนที่มากขึ้น ช่วยลดความผันผวนของรายได้และเพิ่มมาร์จิ้นให้สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันมองว่าตลาดยังไม่ให้ Value จากธุรกิจดังกล่าว จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ