ข่าวอินโฟเควสท์
23:31 สื่อตปท.เผยผู้บริหารดอยซ์แบงก์ห่วง "Trump Organisation"ผิดนัดชำระหนี้   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้บริหารของดอยซ์ แบงก์ เคยแสดงความกังวลเกี่ยวก…
23:02 "เทเรซา เมย์"ยัน Brexit ไม่ใช่สาเหตุการประกาศปิดโรงงานในอังกฤษของฮอนด้า   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเผยการประกาศปิดโรงงานของบริษัท ฮอนด้…
22:53 EU เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ -7.4   คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ระ…
22:33 ศาลฝรั่งเศสสั่งปรับแบงก์ยูบีเอส 4.2 พันล้านดอลล์จากคดีภาษีของลูกค้า   ศาลในกรุงปารีสได้สั่งปรับธนาคารยูบีเอสวงเงิน 3.7 พันล้านยูโร หรือ 4.2 พัน…
22:17 "ปูติน"ลั่นรัสเซียพร้อมใช้มาตรการด้านกลาโหมหากสหรัฐใช้ขีปนาวุธ   ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้กล่าวต่อสมัชชาแห่งชาติในวันนี้ว่า …

PACE วางแผนปี 62 พัฒนาโครงการใหม่ 1 แห่ง มูลค่า 5,000-10,000 ลบ.เน้นกลุ่มไฮเอนด์ ชูนำนวัตกรรมสร้างความแตกต่าง

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 17:11:18 น.

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดเผยว่า การลงทุนโครงการใหม่ของบริษัทในปี 62 คาดว่าจะพัฒนาโครงการใหม่ได้ 1 โครงการ มูลค่า 5,000-10,000 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน พร้อมกับการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ แต่การลงทุนก็จะใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งจะต้องพิจารณาภาพรวมของตลาด การแข่งขันของคู่แข่ง และการหาสิ่งใหม่ที่มีความแตกต่างเข้ามา และมีรูปแบบโครงการที่ชัดเจน ซึ่งบริษัทจะเริ่มเดินหน้าการวางแผนพัฒนาโครงการอีกครั้งในช่วงต้นปี 62

สำหรับแหล่งเงินทุนที่รองรับการพัฒนาโครงการนั้น ในส่วนที่เป็นสินเชื่อ Project Finance  บริษัทยังศักยภาพการขอเงินกู้ เนื่องจากการพิจารณาสินเชื่อ Project Finance ของธนาคารจะพิจารณาตามศักยภาพของทำเลการพัฒนาโครงการ ขณะที่ภาระหนี้สินของบริษัทปัจจุบันได้ลดลงมาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่มีหนี้สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้พร้อมที่จะเริ่มการลงทุนใหม่ ๆ ได้

"ตอนนี้ PACE ก็แข็งแรงขึ้นเยอะ และได้ผ่านจุดที่น่าเป็นห่วงไปแล้ว และในปีหน้าเราก็มีรายได้เข้ามาจากการโอนคอนโดนิมิตร หลังสวน ทำให้เราก็เตรียมมองโอกาสในการกลับมาลงทุนโครงการใหม่ ๆ แต่คงจะไม่ใช่ขนาดใหญ่มาก ซึ่งก็ยังเน้นตลาดระดับไฮเอนด์อยู่ และเสริมนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างเข้ามาเป็นจุดเด่น"นายสรพจน์ กล่าว

นายสรพจน์ กล่าวว่า ด้านการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปี 62 คาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาราว 8 พันล้านบาท จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1.04 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียม นิมิตร หลังสวน ซึ่งมียอดขายแล้ว 6,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90%  คาดว่าจะเริ่มโอนในช่วงเดือนก.ค. 62 ส่วนที่ยังเหลือขายอีก 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,080 ล้านบาทนั้นจะเริ่มขายในช่วงโครงการเสร็จ ซึ่งเป็นห้องแบบเพนท์เฮาส์ที่เหลือ 3 ห้อง มีราคาขายอยู่ที่ 600,000 บาท/ตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากราคาขายช่วงพรีเซลที่ 300,000 บาท/ตารางเมตร

นอกจากนี้ในปีหน้าจะยังมีการโครงการคอนโดมิเนียม วินด์เชล นราธิวาส มูลค่า 3,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2/61 หรือไตรมาส 3/61 โดยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 792 ล้านบาท และยังเหลือขายอีก 2,200 ล้านบาท ส่วนโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนซ์ มียอดขาย 2,060 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 4/61 และส่วนที่เหลืออีก 301 ล้านบาท จะทยอยขายออกไป และโครงการมหาสมุทร วิลล่า มีวิลล่า 80 หลัง ที่สร้างเสร็จแล้ว ขายไปเพียง 20 หลัง หรือคิดเป็นมูลค่ายอดขาย 649 ล้านบาท และมียอดเหลือขาย 3,090 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง