นกสกู๊ตรับปี 61 รายได้พลาดเป้าไม่ถึง 1 หมื่นลบ.หลังทัวร์จีนหดหาย คาดปี 62 กลับมาฟื้นพร้อมเพิ่มเส้นทางเกาหลี-อินเดีย

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday November 8, 2018 16:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต ซึ่งบมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) ถือหุ้น 49% เปิดเผยว่ารายได้ของสายการบินนกสกู๊ตในปี 61 คาดจะไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารไม่ได้ขยายตัวตามแผนที่วางไว้ 1.88 ล้านคน โดยคาดว่าจะมีไม่ถึง 1 ล้านคน ปัจจัยหลักมาจากผลกระทบนักท่องเที่ยวจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์ลดลงหลังเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ในไตรมาส 2/61 และไตรมาส 3/61 ไม่สามารถทำกำไรได้

ส่วนในไตรมาส 4/61 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง หลังภาครัฐออกมาตรการยกเว้นธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยว 21 ประเทศซึ่งก็น่าจะส่งผลดี เพราะนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาท่องเที่ยวไทยประมาณ 10 ล้านคน แต่ก็ยังคาดเดาผลไม่ได้ ทั้งนี้ สายการบินนกสกู๊ตมีสัดส่วนผู้โดยสารจีน 80% ของผู้โดยสารรวม

"รายได้ปี 61 ต่ำกว่าเป้า ไม่ใช่ 1 หมื่นล้านบาท เราต้องมาดูผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว การที่ลูกค้าจีนน้อยลง ย่อมมีผลกระทบแน่นอน จะบอกว่าไม่มีก็ไม่ใช่"นายยอดชาย กล่าว

นายยอดชาย ยังกล่าวว่า สายการบินนกสกู๊ตวางแผนกระจายความเสี่ยง (Diversify) ที่เดิมให้น้ำหนักเส้นทางบินจีนอย่างเดียว โดยได้เริ่มทำการบินไปญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียว (นาริตะ) และโอซาก้าแล้ว และในเดือนธ.ค.นี้คาดว่าจะเปิดเส้นทางบินใหม่ไปกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ส่วนเส้นทางบินไปกรุงโซล เกาหลีใต้ คาดว่าจะเริ่มทำการบินได้ในไตรมาส 2/62 ทำการบินทุกวัน โดยขณะนี้รอองค์การบริหารการบินของแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA)เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐของไทยก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต คาดว่า ผลการดำเนินงานในปี 62 น่าจะดีขึ้นจากการเปิดเส้นทางบินใหม่ ในอินเดีย, เกาหลีใต้ และเมืองจีนอย่างน้อย 2 เมืองใหม่ นอกจากนี้จะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางไปญี่ปุ่น ทั้งโตเกียวและโอซาก้า ขณะเดียวกันมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 6-7 ลำ โดยเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737 ขนาดที่นั่ง 189 ที่นั่งซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแคบ จำนวน 4-5 ลำ คาดเริ่มทยอยรับมอบในไตรมาส 1/62 และเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ขนาดที่นั่ง 417 ที่นั่ง อย่างน้อย 2 ลำ โดยปัจจุบันมีจำนวนเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 จำนวน 4 ลำ

ปัจจุบัน นกกสกู๊ตให้บริการเส้นทางบินไปยัง เมืองนานกิง ชิงเต่า เสิ่นหยาง เทียนจิน และซีอาน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ,เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเส้นทางบินใหม่ล่าสุดเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปในวันที่ 28 ต.ค.61

นอกจากนี้ สายการบินนกสกู๊ต จะเพิ่มรายได้เสริม ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 10% ของรายได้รวม ขณะที่ในอุตสาหกรรมสายการบินจะมีสัดส่วนรายได้เสริม 30% โดยวันนี้ สายการบินนกสกู๊ตได้เพิ่ม 6 เมนูใหม่ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี อาหารอินเดีย และอาหารไทย คาดว่าจะส่งผลให้สายการบินนกสกู๊ตมีรายได้เพิ่ม 5% จากรายได้รวมทั้งหมด โดยให้เอลเอสจี สกายเชฟส์ รังสรรค์เมนูใหม่

นายลูก้า โฟลิน ผู้จัดการทั่วไปของเอลเอสจี สกายเชฟส์ (ประเทศไทย) กล่าว เอลเอสจี สกายเชฟส์มีหน้าที่ในการทำให้ผู้โดยสารของนกสกู๊ตได้ประทับใจไปกับอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องทั้งในเรื่องของความปลอดภัย รสชาติและคุณประโยชน์ของอาหารที่ดีต่อสุขภาพเราเชื่อว่าอาหารเป็นมากกว่าสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่อาหารยังสามารถให้ความสนุกสนาน สร้างความประหลาดใจหรือความสะดวกสบาย และที่สำคัญที่สุดคืออาหารสามารถสะท้อนถึงความละเอียดละออผ่านความคิดสร้างสรรค์เล็กๆ น้อยๆ ที่เราใส่ลงไปในแต่ละเมนู" การรังสรรค์เมนูใหม่นี้ แอลเอสจี สกาย เชฟส์ ได้ให้เชฟผู้มีความเชี่ยวชาญจากกลุ่มเครือข่ายกว่า 700 คนทั่วโลก และเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารท้องถิ่นเป็นผู้คิดค้นและพัฒนา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ